องคมนตรีเป็นประธานเปิดการประชุม "แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2565 ของฝ่ายปฏิบัติมูลนิธิโครงการหลวง”

วันที่ 6 กันยายน 2564 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานเปิดการประชุมเรื่อง "แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2565 ของฝ่ายปฏิบัติมูลนิธิโครงการหลวง” ในรูปแบบการประชุมทางไกล มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย คณะทำงานอาสาสมัคร หัวหน้าฝ่าย หัวหน้าแผนก หัวหน้าสถานีวิจัย-เกษตรหลวง หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวง และนักวิชาการของมูลนิธิโครงการ จำนวนกว่า 100 คน องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ได้กล่าวแก่ผู้ร่วมประชุมว่า แผนปฏิบัติการเป็นแนวทางในการผลักดันการปฏิบัติงานของทุกส่วนให้บรรลุเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมองไปถึงความยั่งยืน โดยยึดหลักหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ หรือ SEP for SDGs 17 ข้อ มุ่งเน้นการใช้งบประมาณอย่างประหยัด และคุ้มค่า ส่งผลให้ราษฎรพื้นที่สูงมีความเป็นอยู่ที่ดี ประชาชนได้ประโยชน์ ประเทศชาติมีความมั่นคง โดยนำ ESG คือ กรอบดำเนินงานซึ่งคำนึงถึง สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพื่อก้าวไปสู่ BCG หรือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจที่นำสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

แผนปฏิบัติการของมูลนิธิโครงการหลวงขณะนี้ เป็นแผนปีสุดท้ายของแผนยุทธศาสตร์ระยะ 4 ปีพ.ศ. 2562 – 2565 มีแผนงานรวมทั้งสิ้น 45 แผนงาน 126 โครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ และเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) บรรลุภารกิจการพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกร ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงาน คือ สถานีเกษตรหลวงและศูนย์พัฒนาโครงการหลวง จำนวน 39 แห่ง ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา และตาก ครอบคลุม 500 กลุ่มบ้าน ประชากร 215,000 คน โดยในปีงบประมาณ 2565 มูลนิธิโครงการหลวงได้ตั้งเป้าหมายการดำเนินกลยุทธ์การวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่เหมาะสมต่อพื้นที่สูงและใช้ประโยชน์ได้จริง เป้าหมาย 37 โครงการ กลยุทธ์การพัฒนาอาชีพบนฐานความรู้ที่เหมาะสมต่อสภาพภูมิสังคมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งการใช้ประโยชน์จากผลการวิจัยและพัฒนาสู่การถ่ายทอดเกษตรกรอย่างเหมาะสม เพื่อการกินดี อยู่ดี และมีความสุข ภายใต้ระบบมาตรฐาน กลยุทธ์การพัฒนาชุมชนโครงการหลวงให้สามารถพึ่งตนเองและเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ พัฒนาสู่ต้นแบบการพัฒนาพื้นที่สูงที่ยั่งยืนภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม กลยุทธ์การฟื้นฟูรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนและป่าต้นน้ำลำธาร มุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ ควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินเหมาะสมและถูกต้อง รวมทั้งฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และกลยุทธ์การบริหารจัดการการตลาดเพื่อสังคม มุ่งดำเนินงานการตลาด ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรการจัดการผลผลิตมีประสิทธิภาพคุณภาพของผลผลิตมีความปลอดภัยได้มาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตของเกษตรกรตลอดห่วงโซ่ของอุปสงค์และอุปทาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้ผลผลิตที่ปลอดภัยมีคุณภาพ กลยุทธ์สุดท้ายคือ การพัฒนามูลนิธิโครงการหลวง ให้เป็นองค์กรที่มีคุณธรรม มีระบบปฏิบัติงานที่ดี และมีความยั่งยืน บุคลากรเป็นมืออาชีพ มีคุณธรรม มีระบบการบริหารจัดการปฏิบัติงานที่ดีมีประสิทธิภาพมีระบบการเรียนรู้งานโครงการหลวงทั้งในระดับภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งมุ่งส่งเสริมการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง