องคมนตรีประชุมติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงวาระพิเศษ ในรูปแบบการประชุมทางไกล

วันที่ 11 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นประธานในการประชุมโครงการหลวงวาระพิเศษ รูปแบบการประชุมทางไกล เพื่อติดตามการดำเนินงานตามพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ได้กล่าวแสดงความห่วงใยในสถานการณ์โควิด-19 พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะสถานีวิจัย และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทั้ง 39 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนพื้นที่สูง 6 จังหวัดภาคเหนือ ให้ความร่วมมือในการควบคุม ดูแล และป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชน พร้อมปฏิบัติตามประกาศ คำสั่งของรัฐอย่างเคร่งครัด โดยเมื่อมีการแพร่ระบาดในชุมชนในพื้นที่ โครงการหลวงจะให้ความร่วมมือช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และทั่วถึง แม้จะไม่ได้เป็นเกษตรกรสมาชิกก็ตาม

ด้วยในระยะ 10 ปี ที่ผ่านมา โครงการหลวงได้จัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการทำงาน โดยขณะนี้ได้จัดทำแผนกลยุทธ์ล่วงหน้าระยะ 5 ปี ของปีงบประมาณ 2566-2570 เรียบร้อยแล้ว เป้าหมายเพื่อนำชุมชนสู่ความอยู่ดีมีสุข ต่อยอดการดำเนินงานจากแผนกลยุทธ์ระยะ 5 ปีเดิม สู่การปฏิบัติที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนผลสำเร็จตามเป้าหมายคือ ส่งเสริมการใช้พื้นที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และ ส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัย โดยโครงการหลวงควบคุมทุกกระบวนการผลิตพืช ตั้งแต่ระดับแปลง หลังการเก็บเกี่ยว จนถึงผู้บริโภคด้วยหลักวิชาการ ไปพร้อมกับการสร้างจิตสำนึกของเกษตรกรให้มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ที่ผ่านมาเกษตรกรโครงการหลวงมีความรู้ความสามารถในการผลิตพืชปลอดภัย มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และขณะนี้โครงการหลวงมีแนวทางที่จะส่งเสริมต่อยอดให้เกษตรกรสร้างผลผลิตที่สะอาดปราศจากโรคแมลง โดยศูนย์/สถานีทุกแห่งจัดทำแปลงสาธิตพืชในกลุ่มเสี่ยงการทำลายของศัตรูพืช เพื่อเป็นจุดเรียนรู้ เป็นตัวอย่างการปลูก ดูแลรักษา และป้องกัน อีกทั้งยังเร่งดำเนินการลดปริมาณการสูญเสียของผลผลิต

 

นอกจากนี้ประเด็นสำคัญของการประชุมติดตามงานในวันนี้ คือ ผลจากภาวะการณ์แพร่ระบาดของโควิด- 19 กลุ่มร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่หยุดกิจการ และยกเลิกการสั่งซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้น โครงการหลวงได้วางแผนรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ผลกระทบนี้ส่งผลไปสู่เกษตรกรผู้ผลิตพืช การดำเนินการประกอบด้วย การปรับแผนการรับผลผลิตจากเกษตรกรให้สอดคล้องกับแผนการจำหน่าย ปรับแผนการส่งเสริมเกษตรกรเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบผลผลิตล้นตลาดไปพร้อม ๆ กับการทำความเข้าใจกับเกษตรกร เพื่อให้เกิดความร่วมมือในแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สำหรับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน โครงการหลวงยังคงมีนโยบายรับซื้อผลผลิตเพื่อแบ่งเบาผลกระทบ โดยขยายช่องทางจำหน่ายที่ลดข้อจำกัด และยังสร้างความปลอดภัยให้ผู้ปฏิบัติงาน คือ เน้นการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งช่องทางที่โครงการหลวงสร้างสร้างขึ้น และแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มซุปเปอร์มาร์เก็ตในประเทศ เพื่อกระจายผลิตผลผลิตภัณฑ์ไปยังร้านค้าย่อยที่ตั้งอยู่ในชุมชนต่าง ๆ ร่วมกับการส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิตราคาพิเศษเพื่อช่วยเหลือประชาชน

และปรับระบบการขนส่งเพื่อระบายผลผลิตตรงจากดอยไปยังแหล่งจำหน่ายด้วยรถห้องเย็นของโครงการหลวง ลดปัญหาระบบขนส่งของเอกชน ผู้บริโภคจะได้รับผลผลิตรวดเร็ว คงคุณภาพ และมีการกระจายอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากส่วนงานต่าง ๆ และประชาชนในการบอกต่อช่องทางเข้าถึงผลผลิต ทำให้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เบาบางลง จากความช่วยเหลือที่เกษตรกรบนพื้นที่สูงได้รับพระราชทานผ่านโครงการหลวงนี้ รวมทั้งการสนับสนุนของประชาชน ทำให้พวกเขามีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และตั้งใจร่วมเผื่อแผ่ความช่วยเหลือไปยังพี่น้องชาวไทย ด้วยผลผลิตเมืองหนาวนอกจากส่วนที่โครงการหลวงจัดสรรเพื่อมอบแก่ผู้ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่ง เป็นผลผลิตที่มาจากน้ำใจของเกษตรกร โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน มีผลผลิตโครงการหลวงกว่า 45 ชนิด รวม 408,609 กิโลกรัม ได้แจกจ่ายผ่านองค์กรภาครัฐ องค์กรสาธารณะ และองค์กรจิตอาสา ไปถึงประชาชนผู้ได้รับความเดือนร้อน คิดเป็นมูลค่า 10 ล้านบาท

 

 

มูลนิธิโครงการหลวงสนันสนุนผลิตผลิต มอบแก่ผู้ได้รับผลกระทบในสถานการณ์โควิด- 19 โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน มีผลผลิตโครงการหลวงกว่า 45 ชนิด รวม 408,609 กิโลกรัม ได้แจกจ่ายผ่านองค์กรภาครัฐ องค์กรสาธารณะ และองค์กรจิตอาสา ไปถึงประชาชนผู้ได้รับความเดือนร้อน คิดเป็นมูลค่า 10 ล้านบาท