องคมนตรีประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบาย ครั้งที่ 10/2564 

วันที่ 9 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น. นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบาย ครั้งที่ 10/2564 ในรูปแบบการประชุมทางไกล เพื่อติดตามและรับฟังความก้าวหน้าในประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการวางแผนรองรับในภาวการณ์แพร่ระบาดของโควิด -19 การดูแลความปลอดภัยของบุคลากรในองค์กร และชุมชน รวมทั้งมุ่งปฏิบัติงานที่สร้างประโยชน์แก่ชุมชนบนพื้นที่สูง ทั้งในด้านการสร้างอาชีพ การพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานในพื้นที่โครงการหลวง ซึ่งได้รับสนับสนุนงบประมาณและการดำเนินงานจากรัฐบาลผ่านหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยองคมนตรีขอให้ทุกหน่วยงานยึดถือการปฏิบัติงานตามกรอบแผนงานและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากการประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนงานโครงการหลวง หรือ กปส. เพื่อสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว

โดยที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยความร่วมมือของคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำระบบสมาร์ท ไมโครกริด (Smart MicroGrid) ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าชุมชนแบบอัจฉริยะ ที่ผสมผสานระหว่างไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงและไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมาติดตั้งใช้ในพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำพลังงานน้ำจากน้ำตกสิริภูมิไปผลิตกระแสไฟฟ้า รองรับกรณีระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าหลักเกิดปัญหา และยังผันน้ำไปใช้ในบ่อเลี้ยงปลาเทร้าต์ ปลาสเตอร์เจี้ยน ในหน่วยวิจัยประมงบนพื้นที่สูง รวมทั้งรองรับงานพัฒนาส่งเสริมอาชีพของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ด้วย ปัจจุบันการติดตั้งระบบสมบูรณ์แล้ว อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลการใช้งาน และจัดทำคู่มือเพื่ออบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ยังมีการปรับปรุงฝายกั้นน้ำ โดยมีฝายเพื่อส่งน้ำไปยังบ่อเลี้ยงปลา และฝายแบบชั่วคราวสำหรับกั้นน้ำในหน้าแล้งที่มีปริมาณน้ำน้อย โดยที่ผ่านมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้ส่งทีมโยธาไปช่วยออกแบบก่อสร้างเพื่อให้เป็นฝายถาวร แข็งแรง และสามารถป้องกันความเสียหายเมื่อมีน้ำหลากได้อย่างดี และในต้นปีงบประมาณ 2565 ยังมีแผนการพัฒนาการใช้พลังงานสะสมจากแบตเตอรี่มาทำงานร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ในโรงเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ภายในหน่วยวิจัยขุนห้วยแห้ง ซึ่งปกติใช้เครื่องปั่นไฟฟ้า การนำพลังงานสะสมจากแบตเตอรี่มาทำงานร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์นี้ จะช่วยลดปัญหาไฟตกไฟดับ และยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยโครงการนี้ดำเนินงานในรูปแบบการพัฒนาเชิงวิจัย ซึ่งได้รับความร่วมมือการออกแบบจาก กฟผ. และการดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สนับสนุนให้โครงการหลวงสามารถดำเนินงานด้านการขยายพันธุ์พืช เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่แข็งแรงปลอดโรค และส่งเสริมแก่เกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวงได้อย่างต่อเนื่อง

 

การพัฒนาปัจจัยพื้นฐานในพื้นที่โครงการหลวง

สำหรับความก้าวหน้าการพัฒนาศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่อาศัยในพื้นที่ และฟื้นฟูสภาพป่าไม้ จากการดำเนินงานมาเป็นเวลา 4 ปี 9 เดือน โดยพัฒนาส่งเสริมการปลูกพืชเขตหนาวทดแทนฝิ่นและการทำไร่เลื่อนลอย ได้แก่ ผัก พืชไร่ กาแฟ และไม้ผล มีผลความก้าวหน้าดีขึ้นโดยลำดับ ในรอบ 9 เดือน ของปีงบประมาณ 2564 นี้ ได้สร้างรายได้แก่เกษตรกรรวม 68 ครัวเรือน เป็นมูลค่า 1.67 ล้านบาท คิดเป็นรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 25,000 บาท เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ผ่านมา มีจำนวนเกษตรกรเพิ่มขึ้น 20 ครัวเรือน และมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15,000 บาท และจะเริ่มโครงการสนับสนุนอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ ในโครงการ 1 โรงเรียน 1 โรงเรือน เป้าหมาย 7 โรงเรียน โดยส่งเสริมให้เด็กนักเรียนปลูกและดูแลพืชผักชนิดต่าง ๆ ภายใต้โรงเรือน เพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารกลางวันรับประทาน ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้งานด้านการเกษตร และได้รับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ ปลอดภัย ในด้านการพัฒนาฟื้นฟูสภาพพื้นที่ป่าให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ โดยเริ่มจากการจัดสรรที่ดินทำกินให้ถูกต้องตามกฎหมาย และแบ่งเขตพื้นที่ทำกินและพื้นที่ป่าออกจากกัน ร่วมสร้างให้เยาวชนรุ่นใหม่มีความเข้าใจในการพัฒนาพื้นที่สูงตามรูปแบบโครงการหลวง

 

ความก้าวหน้าการพัฒนาศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ