ปี พ.ศ. 2522  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรชาวเขาในเขตหมู่บ้านวัดจันทร์  ทราบถึงความทุกข์ยากของชาวเขาในพื้นที่ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาชนเผ่ากะเหรี่ยง โดยทำนาในพื้นที่ลุ่มระหว่างหุบเขา มีการถางป่าทำไร่เลื่อนลอยในที่ดอน เส้นทางคมนาคมไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต  จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาบ้านวัดจันทร์ และหมู่บ้านใกล้เคียง  เพื่อให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ 17 หมู่บ้าน  

 

 


 

 

ตำบลวัดจันทร์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

 

 


 

สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 900-1,200 เมตร อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าสนละป่าเต็งรัง
ทิศเหนือและทิศตะวันออกและทิศใต้  ติดกับอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ทิศตะวันตก  ติดต่อกับอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

 


 

อุณหภูมิต่ำสุด 4  องศาเซลเซียส    อุณหภูมิสูงสุด 37  องศาเซลเซียส  
 อุณหภูมิเฉลี่ย  19 องศาเซลเซียส  

 


 

ประชากร ประกอบด้วย กะเหรี่ยง  5,030 คน และคนพื้นเมือง -  คน รวม 5,030 คน คิดเป็น 884  ครัวเรือน ในพื้นที่ 2 ตำบล  19  หย่อมบ้าน
นับถือศาสนา พุทธ และคริสต์ บางส่วนนับถือผี

 

 

 


 

 

จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถเดินทางไปยังศูนย์ฯ วัดจันทร์ ได้สองเส้นทางคือ เส้นทางเชียงใหม่ ผ่านตลาดแม่มาลัย ไปทาง อำเภอปาย  แล้วเลี้ยวซ้าย สาย ปาย-วัดจันทร์  ระยะทาง 157  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
อีกเส้นทาง จากเมืองเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางแม่ริม แล้วต่อยังอำเภอสะเมิง  ผ่านทางอำเภอสะเมิง -วัดจันทร์  ระยะทาง 154 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง  มีรถประจำทางผ่าน

 

 



 


 

1. ส่งเสริมพัฒนาอาชีพและรายได้ให้เกษตรกร  มีพอกิน ทั้งภาคการเกษตรและนอกภาคเกษตร
2. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านสังคม  การศึกษา  สาธารณสุข ความเข้มแข็งของชุมชน
2. เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณีชนเผ่า
2. เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ  ของบุคลากรและผู้นำชุมชน

 


 

 

 

งานทดสอบและสาธิต
การปลูกพืช  ศูนย์ฯ วัดจันทร์ได้ทำการทดสอบสาธิตเพื่อทดสอบพืชพันธุ์ใหม่ โดยเน้นความต้านทานโรคและคุณภาพผลผลิต  ต้องการทราบถึงชนิดพืชและสายพันธุ์ที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่และฤดูกาล  เพื่อที่จะได้นำผลการทดสอบที่เหมาะสมเป็นข้อมูลนำไปถ่ายทอดและส่งเสริมให้กับเกษตรกร ต่อไป ซึ่งพืชและสายพันธุ์ที่ทดสอบ มีทั้งหมด 19 ชนิด  จำนวนพื้นที่ 16 ไร่
พืชผัก   จำนวน 11 ชนิด ได้แก่    ผักกาดหวาน  
ถั่วลันเตา ผักกาดหอมห่อ  กะหล่ำปลีรูปหัวใจ  โอ๊คลีฟแดง เรคคอลัน  แรดิชชิโอ สลัดแดง กะหล่ำปลีแดง สวีทชาร์ท  และอาร์ติโช๊ค
ไม้ผล จำนวน 8 ชนิด ได้แก่  ส้มพองกัลป์ ส้มคัมควัท   อะโวกาโด   พลับ    พลัม  บ๊วย  มะม่วงนวลคำ  และสาลี่

 

 

 

 


 

 

 

 

ภาพรวมของกิจกรรมการดำเนินงานในงบประมาณปี พ.ศ. 2553 ในด้านการพัฒนาและส่งเสริมด้านภาคเกษตร พบว่ามีการพัฒนาผลผลิตและคุณภาพพืชผัก โดยเฉพาะฟักทองญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพืชหลักของศูนย์ฯ ดีขึ้น โดยดูจากรายได้ที่คืนสู่เกษตรกรเพิ่มขึ้น และมีเปอร์เซ็นต์การสูญเสียลดน้อยลง ในส่วนของนอกภาคเกษตร โดยเฉพาะกิจกรรมด้านการบริการในเรื่องที่พักและอาหาร มีจำนวนนักท่องเที่ยวและผู้มาเยี่ยมชมให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น สามารถบูรณาการขับเคลื่อนกิจกรรมงานส่งเสริมพัฒนาภาคเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จากทุกภาคส่วนของราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน ในพื้นที่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นอย่างดี