ประวัติความเป็นมา 

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ก่อตั้งขึ้น  ปี พ.ศ. 2521  เพื่อดำเนินการตามกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม ให้เกษตรกรมีความรู้ความชำนาญและมีรายได้ที่เหมาะสม   เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และรักษาเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของชนเผ่า  ตลอดจน    ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้มีความยั่งยืน โดยเริ่มดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมด้านอาชีพเกษตรเป็นลำดับแรก ต่อมาได้ทำการขยายผลการดำเนินงานไปในด้านความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของชุมชน จนสามารถดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม พร้อมทั้งได้ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไป ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง มีพื้นที่รับผิดชอบดำเนินงาน 13,277 ไร่ ครอบคลุม 2 หมู่บ้าน ประชากรที่ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมจำนวน 189 ครัวเรือน 931คน

 

สถานที่ตั้ง 

ตำบลบ้านปง    อำเภอหางดง  จังหวัดเชียงใหม่


 

ภูมิประเทศ 

เป็นภูเขาที่มีความลาดชันค่อนข้างสูง สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 650 เมตร ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย มีค่า pH ที่ 6.8


ภูมิอากาศ

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 17 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี 1,450 มิลลิเมตร


หมู่บ้านและประชากร

ประกอบด้วยเผ่าม้ง 715 คน และคนพื้นเมือง 247 คน รวม 962 คน คิดเป็น 143 ครัวเรือน ในพื้นที่ 2 หมู่บ้าน 4 หย่อมบ้าน นับถือศาสนาพุทธ และคริสต์ บางส่วนนับถือผี


การเดินทาง 

ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่  35  กิโลเมตร  ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที ถึง หนึ่งชั่วโมง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1269 หางดง-สะเมิง ประมาณ  กิโลเมตรที่  21 จะพบป้ายศูนย์ทางซ้ายมือให้เลี้ยวไปตามป้าย  อีก 3 กิโลเมตร  ระหว่างสามารถแวะเที่ยวชมตามสถานที่  ท่องเที่ยวต่างๆได้  มีทั้งรีสอร์ทและน้ำตก จุดชมวิวที่มีความสวยงาม

 

วัตถุประสงค์

1 เพื่ออบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการประกอบ
อาชีพที่เหมาะสม (อย่างน้อยให้มีรายได้พอกิน)
2 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านสังคม  การศึกษา  สาธารณสุข ความเข้มแข็งของชุมชน
3 เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ

 

การดำเนินงาน

งานทดสอบและสาธิต
การปลูกพืช  งานทดสอบผักแปลกใหม่ ในโรงเรือนพื้นที่ 1 ไร่ ชนิดผักทดสอบมี 3 ชนิด ได้แก่ พริกเม็กซิกันเผ็ด  แตงกวาหนาม  และมะระหยก งานทดสอบผักอินทรีย์ พื้นที่ 2 ไร่ ชนิดผักทดสอบมี 4 ชนิดได้แก่  ผักกาดหัว สลัดใบแดง  คะน้ายอด  และปวยเหล็ง งานทดสอบไม้ผล พื้นที่ 25 ไร่ ไม้ผลจำนวน 4  ชนิด  ได้แก่  อะโวคาโด  มะเดื่อฝรั่ง  น้อยหน่า  และทับทิม งานทดสอบไม้ดอก พื้นที่1 ไร่ ทดสอบการปลูกกุหลาบในโรงเรือน
งานพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ
- งานสาธิตไม้ดอกไม้กระถาง อาทิเช่น แปลงรวมพันธุ์กุหลาบตัดดอก  กุหลาบหนู ไลซิแอนทัส  และปริกฟอริดา
-  งานสาธิตการปลูกผักคุณภาพสูง เช่นผักอินทรีย์
-  งานสาธิตและขยายพันธุ์ไม้ผล เช่น อะโวคาโด มะละกอ และน้อยหน่าลูกผสม
-  งานสาธิตปศุสัตว์ เช่นการเลี้ยงกระต่าย หมูหลุม
-  งานส่งเสริมการปลูกผักคุณภาพสูง ในระบบ GAP เช่นการปลูก ยอดซาโยเต้ ลูกฟักแม้ว กุยช่ายดอก  กุยช่าย-ขาว มะเขือม่วง และมะระขาว
-  งานส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ เช่นตังกุย อิตาเลี่ยนพาสเล่ย์ เจียวกูหลั๋น โรสแมรี่ และเชอร์วิล
-  งานส่งเสริมการปลูกไม้ผล ในระบบ GAP เช่น  อะโวกาโด และมะละกอ

 

สรุปผลการดำเนินงาน

ในปี พ.ศ. 2553 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ได้ดำเนินงานการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรดิน น้ำและป่าไม้ให้คงความสมบูรณ์ เพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรและประชาชนคนไทยโดยรวม
    ในการผลิตพืชอินทรีย์ ประกอบด้วยพืชผัก สมุนไพร และผลไม้ มีพื้นที่ผลิต 143.75 ไร่ เกษตรกร 78 ราย  ผ่านการรับรองจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์(มกท.) และ AVA ประเทศสิงคโปร์ ดังนั้นผลผลิตพืชอินทรีย์ของศูนย์ฯทุ่งเริงสามารถขายได้ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ มูลค่าประมาณ 5,000,000 บาท
    ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต เกษตรกรกลุ่มทำแชมพูบ้านแม่ขนิลเหนือ มีการแปรรูปผลผลิตเช่น การทำแชมพู ครีมนวดผมจากอะโวคาโด การทำไอศกรีมจากอะโวคาโด ทำรายได้ให้ครอบครัวและชุมชนปีละประมาณ 300,000 บาท
    สำหรับอาชีพนอกภาคการเกษตรที่ทำรายได้หลักให้เกษตรกรบ้านห้วยกว้าง น้ำซุ้ม คือการรับจ้างเย็บกระเป๋าผ้าม้งมีรายได้เดือนละประมาณ 30,000 บาท ถึง 40,000 บาท ต่อครัวเรือน