เมื่อปีพุทธศักราช 2512 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมชาวเขาที่หมู่บ้านดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่ ทรงทราบว่าชาวเขามีรายได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง ส่งขายให้แก่โรงงานทำท้อดอง มีรายได้พอๆ กับการปลูกฝิ่น และทรงทราบว่านักวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สามารถเปลี่ยนพันธุ์ท้อพื้นเมืองได้ จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำริตั้งโครงการหลวงขึ้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้เป็นทุนดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายพระราชทาน ดังนี้

1) ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม
2) ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร
3) กำจัดการปลูกฝิ่น
4) รักษาดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า และทำไร่ทำสวนในส่วนที่ควรเพาะปลูก อย่าให้สองส่วนนี้รุกล้ำซึ่งกันและกัน

วันที่ 10 มกราคม 2517 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำรัสเรื่อง “ช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขา” ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนิน เยี่ยมคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความว่า..

ในยุคแรกของการดำเนินงานความช่วยเหลือจากทั้งในและต่างประเทศเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทำให้การดำเนินงานของโครงการหลวงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นอกจากเงินทุนพระราชทานแล้ว โครงการหลวงยังได้รับเงินทุนในการวิจัยและพัฒนา จากการทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ต่อมา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2535 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้จัดงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการหลวงโดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา

ผลจากการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่โครงการหลวงของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทำให้ทั้ง อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ และเกษตรกรชาวเขาที่ได้รับการช่วยเหลือ ต่างมีขวัญและกำลังใจในการตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ฝิ่นเริ่มหายไปจากพื้นที่โครงการหลวง ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนชาวเขาเริ่มมีคุณภาพที่ดี เกิดจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าต้นน้ำลำธาร อันเป็นบ้านเกิดของตนเอง ผลผลิตจากแปลงส่งเสริมของเกษตรกรโครงการหลวงเริ่มมีความหลากหลาย เป็นที่นิยมของผู้บริโภคในประเทศไทย ด้วยความเชื่อมั่นว่าเป็นผลผลิตคุณภาพ และมีความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะกรรมการมูลนิธิโครงการหลวงชุดใหม่ จำนวน 12 ท่าน ด้วยทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดงานโครงการหลวงให้มีความต่อเนื่อง ยั่งยืน เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการดําเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม โดยทรงดำรงตำแหน่งองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโครงการหลวง และมีศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ อำเภอแม่ละมาด จังหวัดตาก เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแห่งแรกในรัชสมัย เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแห่งที่ 39 ของโครงการหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ปัจจุบัน มูลนิธิโครงการหลวง ยังคงมุ่งดำเนินงานวิจัย และพัฒนางานด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาให้ชุมชนโครงการหลวงมีความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยวิธีการปฏิบัติงานพระราชทาน 4 ประการ ได้แก่

1) ลดขั้นตอน หมายถึง ให้กระจายอำนาจ
2) ปิดทองหลังพระ
3) เร็วๆ เข้า
4) ช่วยเขาช่วยตัวเอง

มูลนิธิโครงการหลวงได้กำหนดเป้าหมายของการพัฒนาชุมชนโครงการหลวง โดยมุ่งหวังให้ชุมชนโครงการหลวงเติบโตอย่างมีคุณภาพและอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน สังคมโครงการหลวงเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ สามารถพึ่งพาตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำ และสิ่งแวดล้อมได้รับการฟื้นฟูและอย่างยั่งยืน ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนและทุกภาคส่วน การดำเนินงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงต่าง ๆ เป็นการดำเนินงานแบบบูรณาการ ร่วมมือกับส่วนราชการ ภาคเอกชน และเกษตรกรเป้าหมาย เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2559 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแผนแม่บทศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนงานของมูลนิธิโครงการหลวง ให้เกิดความยั่งยืนตามแนวพระราชดำริพระราชทานข้างต้น รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ของการพัฒนาพื้นที่สูง สำหรับเกษตรกร นักศึกษา และผู้สนใจต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งยังได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ของมูลนิธิเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติงานตามพระราชปณิธานและสนองตามพระราชประสงค์ และสอดคล้องไปกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี

 

นอกจากนี้ มูลนิธิโครงการหลวง ยังคงมุ่งมั่นที่วิจัย พัฒนา และนำองค์ความรู้และสิ่งใหม่ ๆ ไปพัฒนาชุมชนชาวเขาในพื้นที่โครงการหลวงให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน และมีความพร้อมที่จะเป็นฐานการเรียนรู้ของการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย รวมทั้งร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่าง ๆ กับนานาประเทศที่มีการพัฒนาบนพื้นที่สูง ดังคำขวัญของโครงการหลวงที่ว่า “โครงการหลวง ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก” 

โครงการหลวง นับเป็นโครงการแห่งเดียวในโลกประสบความสำเร็จจากการส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนฝิ่น โดยพัฒนาให้ชาวไทยภูเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชุมชนบนพื้นที่สูงมีความเจริญ มีถนนและมีไฟฟ้าใช้ คนพื้นราบก็ได้ประโยชน์ โดยได้บริโภคผลผลิตที่สด สะอาด และปลอดภัย ป่าไม้บนดอยได้รับการฟื้นฟู นี่คือ ความสำเร็จของโครงการหลวงจากพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันน้ำพระราชหฤทัยที่มีต่อพสกนิกรได้แปรเปลี่ยนเป็นพืชที่ปลอดภัย ได้แก่ ผัก สมุนไพร ผลไม้ เห็ด ข้าว ถั่วและธัญพืชต่างๆ รวมทั้งเกษตรกรสามารถเลือกทำการเกษตรตามความเหมาะสมอื่น ๆ ได้แก่ การปลูกไม้ดอกการเลี้ยงสัตว์ การประมง รวมทั้งการแปรรูปผลผลิตต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตชาวไทยภูเขาได้อย่างจริงจัง สร้างความสุขให้แก่ครอบครัวไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน