ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2522 ที่หมู่บ้านปางอุ๋ง  เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ตั้งมานานกว่า 70 ปี อยู่ในเขต ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เดิมเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าม้งและกะเหรี่ยง ที่อพยพตั้งบ้านเรือนอยู่อย่างกระจัดกระจาย ปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอยมานาน เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมายังหมู่บ้านปางอุ๋ง เพื่อเยี่ยมราษฏรชาวไทยภูเขา ทรงมีพระราชดำริเรื่องชลประทานและแนะนำเรื่องอาชีพปลูกพืชชนิดใหม่เป็นรายได้ทดแทนฝิ่น ส่งเสริมให้มีการทำการเกษตรอย่างถาวรในพื้นที่ รวมทั้งการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานให้มีมาตรฐานสังคมที่ดี โดยเริ่มดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมด้านไม้ผลเป็นลำดับแรก ต่อมาได้ทำการขยายผลการดำเนินงานไปในด้านพืชไร่ พืชผักแปรรูป งานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จนสามารถดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม พร้อมทั้งได้ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไป ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง มีพื้นที่ 48,068 ไร่ ครอบคลุม 9 หมู่บ้าน 16 กลุ่มบ้าน ประชากรที่ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมจำนวน 1,061 ครัวเรือน 5,863 คน

 

 


 

 

ตำบลแม่ศึก  อำเภอแม่แจ่ม  จังหวัดเชียงใหม่

 

 


 

ลักษณะพื้นที่ทั่วไปเป็นภูเขาสลับ ซับซ้อน มีความลาดชันสูง กว่า 35%  มีพื้นราบบริเวณหุบเขา  สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  900-1,500  เมตร ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย มีค่า pH ที่ 5.0-6.0

 

 


 

อุณหภูมิเฉลี่ยสุด -2  องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34  องศาเซลเซียส  ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,732  มิลลิเมตรต่อปี

 


 

ประกอบด้วยเผ่าม้ง .3,033. คน และเผ่ากะเหรี่ยง3,276 คน รวม 6,309 คน คิดเป็น 488 ครัวเรือน ในพื้นที่ 8 หมู่บ้าน 16 หย่อมบ้าน นับถือศาสนาพุทธ และคริสต์ บางส่วนนับถือผี

 

 

 


 

 

จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-ฮอด ผ่านอำเภอ หางดง สันป่าตอง จอมทอง แม่สะเรียง แม่ลาน้อย ถึงทางแยกไปอำเภอขุนยวม ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1263 ศูนย์จะตั้งอยู่ทางขวามือ ที่บ้านปางอุ๋ง สามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท

 

 



 


 

1 เพื่ออบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการประกอบ
   อาชีพที่เหมาะสม (อย่างน้อยให้มีรายได้พอกิน)
2 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านสังคม  การศึกษา  สาธารณสุข ความเข้มแข็งของชุมชน
3 เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ

 


 

 

 

  งานทดสอบสาธิตการปลูกพืช  เน้นพืชที่เป็นอาหาร และพืชหลักที่มีรายได้ยั่งยืน เช่น กาแฟ ไผ่ ชนิดต่างๆ
งานพัฒนาอาชีพ  ด้านการปลูกพืช 5 ชนิด ได้แก่ กาแฟ พืชผัก สมุนไพร ไม้ผล และพืชไร่ รวมถึงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์  3 ชนิด ได้แก่ ไก่ สุกร และแพะ
งานนอกภาคการเกษตร  สนับสนุนการทำผ้าทอมือ กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การแปรรูปผลผลิต ได้แก่หน่อไม้อัดปี๊ป พริกกะเหรี่ยงอบแห้ง

 

 

 


 

 

 

 

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง มีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ได้แก่ พืชไร่ ไม้ผล กาแฟ พืชผัก สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกร ในปี พ.ศ. 2553 เกษตรกร 224 ราย มีรายได้รวม 3,767,991 บาท นอกภาคการเกษตร ได้แก่ งานท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยว จำนวน 5,927 คน มีรายได้จาการบริการและขายผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้าน รายได้  344,915 บาท และยังเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านไม้ผลให้กับเจ้าหน้าที่ เกษตรกร และผู้ที่สนใจ และมีผู้ที่สนใจศึกษาดูงาน จำนวน 5 คณะ 99 คน