องคมนตรีตรวจเยี่ยมและติดตามงานในพื้นที่ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ
ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

วันที่ 17 มีนาคม 2564 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปประชุมติดตามความก้าวหน้า และขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ ร่วมกับ ส่วนราชการจังหวัดตาก ผู้แทนจากกระทรวง กรม และหน่วยงานส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรกร และศูนย์รวบรวมผลิตผล

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ เป็นศูนย์ลำดับที่ 39 ของมูลนิธิโครงการหลวง ที่ก่อตั้งขึ้นในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก พื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร เป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอที่มีฐานะยากจน ดำรงชีพด้วยการปลูกฝิ่น เริ่มมีการบุกรุกขยายพื้นที่เพื่อปลูกข้าวโพด ใน พ.ศ.2559 มูลนิธิโครงการหลวงเข้าไปพัฒนาชุมชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยดำเนินงานตามแนวทางพระราชทาน คือ เริ่มจากการสำรวจและเก็บข้อมูลที่เป็นจริงในพื้นที่ ปรับปรุงเส้นทางคมนาคม ไฟฟ้า ระบบชลประทาน และพัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตร ขณะนี้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องโดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ สำหรับการสร้างอาชีพซึ่งเป็นภาระหน้าที่ของมูลนิธิโครงการหลวง ได้แนะนำพืชใหม่ที่เหมาะสมเพื่อสร้างรายได้ทดแทน โดยเริ่มจากจุดเล็ก ๆ เพื่อเป็นตัวอย่าง แล้วจึงขยายออกไปจากการเห็นตัวอย่างความสำเร็จ การดำเนินงานสืบเนื่องมาในรัชสมัยปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแนวทางการพัฒนาโดยยึดหลักการใช้พื้นที่อย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นไปตามกฎหมาย และมีพระราชประสงค์ให้พัฒนาศูนย์ฯ เลอตอ เป็นพื้นที่ตัวอย่างที่คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอจึงดำเนินการเพื่อสนองตามพระราชประสงค์และพระบรมราโชบาย ในพื้นที่ 6 หมู่บ้าน ประชากร 1,772 ครัวเรือน รวม 6,856 คน

  

จากระยะเวลากว่า 4 ปี ของการพัฒนาได้นำสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตามลำดับ และมีเป้าหมายเพื่อก้าวสู่ชุมชนที่พัฒนาอย่างสมดุลทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พื้นที่เขาหัวโล้นปรับเปลี่ยนสู่พื้นที่สีเขียวที่มีความอุดมสมบูรณ์ โดยขณะนี้ในพื้นที่ดูแลของศูนย์ฯ เลอตอ ไม่มีไร่ฝิ่นหลงเหลือ ศูนย์ฯ เลอตอ ยังได้ศึกษาวิจัยการเจริญเติบโตของพืชต่าง ๆ ภายใต้สภาพแวดล้อม เพื่อเป็นทางเลือกส่งเสริมแก่เกษตรกรผลิตพืชปลอดภัย พร้อมจัดทำแปลงสาธิตเพื่อเป็นตัวอย่างถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีแก่เกษตรกร โดยมีจำนวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการขณะนี้ 130 ราย พืชส่งเสริมสำคัญที่นำมาสร้างอาชีพทดแทนฝิ่น ได้แก่ คะน้าฮ่องกง หัวไชเท้า เสาวรส สตรอว์เบอร์รี และกาแฟ เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 บาท/ปี สูงกว่ารายได้จากฝิ่น และการปลูกข้าวโพด รวมทั้งยังใช้พื้นที่เพาะปลูกน้อยกว่าข้าวโพดถึง 14 เท่า


สภาพปัญหาพื้นที่ถูกทำลาย ในเขตหมู่บ้านจ่อคี ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

สำหรับการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามพระบรมราโชบายการใช้ประโยชน์พื้นที่ มูลนิธิโครงการหลวงได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานร่วมประสานในการสำรวจและวางแนวทางการจัดระบบการใช้พื้นที่ เพื่อแยกส่วนที่เป็นป่า และพื้นที่เพาะปลูกออกจากกัน ดำเนินกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูป่าส่วนที่เสื่อมโทรม ส่งเสริมการปลูกป่าชาวบ้านตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ในพื้นที่เกษตรได้จัดทำแปลงในระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ใช้โรงเรือนเพื่อลดพื้นที่ และเพิ่มปริมาณการผลิตต่อหน่วย รวมทั้งป้องกันความเสียหายจากปัจจัยแวดล้อม ปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยการใช้ปุ๋ยหมัก ปลูกหญ้าแฝก อีกทั้งยังดำเนินโครงการส่งเสริมชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มีจิตสำนึกรักป่า นำสู่การพึ่งพาตนเอง สนับสนุนการรวมกลุ่มเพื่อประโยชน์ด้านต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มสหกรณ์ กองทุนปุ๋ย เครือข่ายเยาวชนป้องกันยาเสพติด กลุ่มเยาวชนปศุสัตว์ เลี้ยงปลาและไก่เพื่อเป็นอาหารและจำหน่าย เพื่อพัฒนาไปสู่สถาบันเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชน รวมไปถึงการพัฒนาสตรีผู้นำถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นชนเผ่า