องคมนตรีตรวจเยี่ยมและติดตามงานในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.30 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง พื้นที่ดำเนินงานหนึ่งใน 39 แห่ง ของมูลนิธิโครงการหลวง ตั้งอยู่ในเขตบ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2522 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่าม้งและเผ่ากระเหรี่ยงในเขตโครงการหลวงปางอุ๋งเป็นครั้งแรก ทรงมีพระราชปฏิสันถารในเรื่องการก่อสร้างทางจากอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถึงอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคม เป็นผลให้เศรษฐกิจดีขึ้นตามลำดับ และยังทรงประทับรถยนต์บรรทุกของร้านสหกรณ์ไปตามถนนขุนยวม-แม่นาจร ที่กำลังก่อสร้าง เพื่อทอดพระเนตรไร่นาของชาวไทยภูเขา อีกทั้งยังพระราชทานพระราชดำริแก่อธิบดีกรมชลประทานสมัยนั้น ในการจัดระบบชลประทานจากลำห้วยปางเกี๊ยะ และห้วยแม่หยอด ส่งน้ำไปยังหมู่บ้านปางอุ๋ง และหมู่บ้านใกล้เคียง ทำให้ปัจจุบันในพื้นที่มีระบบชลประทานที่ดี

ต่อมาในวันที่ 19 มกราคม 2523 ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิปคอปเตอร์พระที่นั่งไปทอดพระเนตรจุดก่อสร้างฝายส่งน้ำเพื่อแจกจ่ายไปยังแปลงเกษตรกรที่โครงการหลวงปางอุ๋งจัดสรรพื้นที่ให้ และยังใช้ประโยชน์เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด รวมทั้งมีการจัดสร้างโรงเรียนเพื่อให้เยาวชนในท้องถิ่นได้มีโอกาสเล่าเรียน โดยเฉพาะวิชาภาษาไทย ปัจจุบันมีโรงเรียนในพื้นที่รวม 5 แห่ง นักเรียนที่ได้รับพระราชทานทุนการศึกษาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช 1 คน และภายใต้โครงการคุณครูรักถิ่น ได้มีการคัดเลือกเด็กนักเรียนไปศึกษาต่อ และกลับมาเป็นครูสอนในพื้นที่

และในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2525 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่อีกครั้ง เพื่อทอดพระเนตรสวนผลไม้เมืองหนาว เนื้อที่ 200 ไร่ ทรงมีพระราชดำริให้วางแผนการจัดที่ดินสำหรับปลูกข้าวไร่เพื่อบริโภค สลับกับการปลูกถั่วเพื่อจำหน่าย ร่วมกับพืชเศรษฐกิจอื่น จึงนับเป็นวัตถุประสงค์หลักของโครงการหลวงปางอุ๋ง ในการส่งเสริมราษฎรให้ปลูกพืชตามวิธีเกษตรแผนใหม่ ส่งเสริมพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ดีทดแทนฝิ่น เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น ปัจจุบัน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋งรับผิดชอบพื้นที่ 9 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ชนเผ่าปกาเกอะญอ และม้ง 1,385 ครัวเรือน รวม 7,429 คน ส่งเสริมพืชเขตหนาว 14 ชนิด ได้แก่ อาโวคาโด สตรอว์เบอร์รี องุ่นไร้เมล็ด เสาวรส เคพกูสเบอร์รี มะเขือเทศเชอร์รี มันฝรั่ง พริกหวาน และกาแฟอาราบิกา ผลผลิตจำหน่ายผ่านมูลนิธิโครงการหลวงในปี พ.ศ. 2563 เป็นมูลค่ากว่า 15.7 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย 6-7 หมื่นบาท/ปี สูงกว่าเกณฑ์ความยากจนของพื้นที่

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง ยังสนับสนุน ส่งเสริม ฟื้นฟูอนุรักษ์งานหัตถกรรมของชุมชน เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และจำหน่ายเป็นรายได้เสริม พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ส่งเสริมการปลูกป่าชาวบ้านตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยการปลูกหญ้าแฝก รณรงค์การลดการใช้สารเคมีและเฝ้าระวังการปนเปื้อนมลพิษในสิ่งแวดล้อม และมุ่งสู่การเป็นชุมชนคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

 

องคมนตรีได้เยี่ยมชมการสาธิตการเขียนเทียนบนผ้าใยกัญชง ของกลุ่มแม่บ้านบ้านแม่หยอด และบ้านปางอุ๋งใหม่ พบปะพูดคุยกับกลุ่มยุวเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และปลูกต้นตองก๊อ หรือต้นค้อ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำถิ่น ก่อนเดินทางกลับองคมนตรีและคณะได้เยี่ยมชมแปลงอาโวคาโดพันธุ์แฮสของเกษตรกร ในพื้นที่กว่า 40 ไร่ ปลูกต้นอาโวคาโดรวม 1,200 ต้น เกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายในปีที่ผ่านมากว่า 900,000 บาท รวมทั้งยังได้มอบ “บัตรดินดี” หรือบัตรประจำตัวดินแก่เกษตรกรเจ้าของแปลงเกษตรที่ผ่านการตรวจสุขภาพดิน จากกรมพัฒนาที่ดิน รวมทั้งเยี่ยมชมแปลงวนเกษตร ซึ่งมีปลูกพืชแบผสมผสาน ได้แก่ กาแฟ เคพกูสเบอร์รี ต้นเนียง และซิลเวอร์โอ๊ค ในโครงการสวมหมวกให้ดอย สร้างป่าสร้างรายได้