องคมนตรีประชุมติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนสิงหาคม 2563

วันที่ 13 สิงหาคม 2563 นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง และ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบาย ครั้งที่ 9/2563 ณ ห้องดอยคำ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยองคมนตรีได้ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานด้านวิศวกรรมในพื้นที่โครงการหลวง โดยการสนับสนุนของหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์แก่ชุมชนโครงการหลวง การดำเนินการในปัจจุบัน ได้แก่ การสร้างถนน โดยกรมทางหลวงชนบท 8 แห่ง ในเขตอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย, อำเภอพร้าว อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ระยะทางทั้งสิ้น 101.156 กิโลเมตร การสร้างโรงจักร โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อรองรับเครื่องไฟฟ้าสำรอง ที่โรงคัดบรรจุ ศูนย์ผลิตผลโครงการหลวงเชียงใหม่ พร้อมทั้งการปรับปรุงระบบไฟฟ้าของโรงคัดบรรจุ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งการสนับสนุนการดำเนินการด้านป่าไม้ โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 จังหวัดตาก ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้สำรวจการครอบครองพื้นที่ทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ รวมเนื้อที่ 3,035.36 ไร่ จัดทำป่าชุมชน 3,300 ไร่ ปลูกป่าแนวกันชน ปลูกต้นไม้ริมถนน ได้แก่ เสี้ยวดอกขาว ซึ่งเป็นไม้ดอกประจำจังหวัดตาก, ไม้โตเร็ว ได้แก่ นางพญาเสือโคร่ง และไข่เขียว ไม้พื้นถิ่นหายาก รวมระยะทาง 44 กิโลเมตร องคมนตรียังได้เน้นย้ำด้วยโครงการหลวงเลอตอเป็นโครงการหลวงแห่งแรกในรัชสมัยปัจจุบัน ดำเนินตามรูปแบบการพัฒนาของโครงการหลวงในพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงขอให้การดำเนินการสมบูรณ์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์สาธิตตามนโยบายของมูลนิธิฯ

  

นอกจากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาแผนการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ผักและสมุนไพรเพื่อส่งเสริมแก่เกษตรกรในปีงบประมาณ 2564 โดยที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมการปลูกผัก สมุนไพร แก่เกษตรกรในพื้นที่สถานีเกษตรหลวง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 39 แห่ง ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ สร้างรายได้แก่ครอบครัวเกษตรกร มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 จนถึงปัจจุบันมีจำนวนเกษตรกรที่ลงทะเบียนปลูกผักและสมุนไพรกับโครงการหลวง ตามมาตรฐาน GAP มาตรฐาน Global GAP และมาตรฐานอินทรีย์ 6,229 ครัวเรือน ปริมาณผลผลิตตั้งแต่กรกฎาคม 2562 ถึงมิถุนายน 2563 รวม 21,543,887 กิโลกรัม เป็นมูลค่า 561 ล้านบาท เป้าหมายการส่งเสริมผัก สมุนไพร ซึ่งเป็นพืชอายุสั้น แต่สร้างได้สูง ในปี 2564 กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 680 ล้านบาท โดยมีแผนการใช้เมล็ดพันธุ์ มากกว่า 150 รายการ นอกจากผัก สมุนไพรแล้ว ไม้ดอกเป็นอีกพืชหนึ่งที่มูลนิธิโครงการหลวงจัดซื้อพันธุ์ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศมาวิจัย ทดสอบ เพื่อส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ดำเนินการ 18 แห่ง ประกอบด้วย ไม้ตัดดอก ไม้ตัดใบ ไม้กระถาง รวมทั้งการผลิตต้นแม่พันธุ์และหัวพันธุ์ มีจำนวนเกษตรกร 638 ราย เป้าหมายรายได้ของเกษตรกรในปีงบประมาณ 2563 ไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท และอีกพืชหนึ่งที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรมาตั้งแต่ระยะแรกของการดำเนินการ ได้แก่ ไม้ผลเขตหนาว โดยขณะนี้เป็นฤดูกาลของพลับ พืชเศรษฐกิจสำคัญ และยังเป็นประโยชน์ในการสร้างป่า คืนความสมดุลสู่ธรรมชาติ พื้นที่ส่งเสริมหลักของโครงการหลวง คือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ สามารถผลิตพลับสดได้ไม่ต่ำกว่า 500 ตันต่อปี ซึ่งเป็นปริมาณมาก หากจำหน่ายไม่ทันจะเน่าเสีย กลุ่มเกษตรกรบ้านน้ำเย็นและบ้านห้วยขมิ้นจึงทดลองแปรรูปเป็นพลับอบแห้ง และขอให้โรงงานแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของโครงการหลวงนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อจำหน่ายต่อไป โดยขณะนี้ ลูกพลับสด รวมทั้งพืชผักสมุนไพรจากแปลงส่งเสริมของเกษตรกร อาทิ ข้าวโพดหวานสีขาวรับประทานสด มะระขาว มะระหยก ผักตระกูลสลัด ไม้ดอกจากการวิจัยทดสอบ ได้แก่ เฟินรัศมีโชติ เฟินกูดดอยแคระ ซึ่งเป็นพันธุ์ลูกผสมที่ได้จากการปรับปรุงพันธุ์ กุหลาบตัดดอกพันธุ์ใหม่ เช่น โกลด์ มาราธอน ซึ่งมีลักษณะดอกใหญ่ กลีบดอกเยอะ มีสีสันสวยงาม มีวางจำหน่ายที่งานโครงการหลวง 51 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะมีไปถึงวันที่ 16 สิงหาคมนี้


งานโครงการหลวง 51 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์