งานแถลงข่าวการจัดงาน “โครงการหลวง 51” “ดุจแสงทองจากฟ้า สู่ปวงประชาราษฎร์ร่มเย็น”

วันที่ 6-16 สิงหาคม 63 ณ เซ็นทรัลเวิลด์

วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 มูลนิธิโครงการหลวงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ประกาศจัดงาน "โครงการหลวง 51” โดยปีนี้เป็นการจัดงานตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวความคิด “ดุจแสงทองจากฟ้า สู่ปวงประชาราษฎร์ร่มเย็น” โดยนายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ กรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง นางมุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล รองประธานกรรมการบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมแถลงข่าว

ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า โครงการหลวงดำเนินงานช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก มาเป็นเวลา 50 ปี จากการที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นจากพื้นที่ดำเนินการแห่งแรก ในปี พ.ศ.2512 คือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มาถึงศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ พื้นที่ดำเนินงานแห่งที่ 39 ในปีปัจจุบัน มีเป้าหมายและแนวทางการทำงานที่สำคัญคือ ส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถเพาะปลูกสิ่งที่เป็นประโยชน์ โดยมีจุดประสงค์คือ มนุษยธรรม ให้ผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารสามารถที่จะมีความรู้และพยุงตัว มีความเจริญก้าวหน้าได้ อีกอย่างหนึ่งก็เป็นเรื่องช่วยในทางที่ทุกคนเห็นว่าควรจะช่วย เพราะเป็นปัญหาใหญ่คือ ปัญหาเรื่องยาเสพติด ถ้าสามารถช่วยชาวเขาปลูกพืชที่เป็นประโยชน์บ้างเขาจะเลิกปลูกยาเสพติดคือ ฝิ่น และให้เขาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง สามารถที่จะมีความอยู่ดีกินดีพอสมควรและสนับสนุนนโยบายที่จะรักษาป่าไม้ รักษาดิน

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานสืบสาน รักษา และต่อยอดเพื่อสร้างสุขแก่ปวงประชา ตามพระราชประสงค์พระบรมราชชนกเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเขา ฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร ส่งเสริมให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเอง รวมทั้งสนับสนุนการนำองค์ความรู้ของโครงการหลวงถ่ายทอดไปสู่ชุมชนบนพื้นที่สูงอื่นทั้งในและต่างประเทศขณะนี้พื้นที่ดำเนินงานของโครงการหลวงปัจจุบัน ประกอบด้วย สถานีวิจัย 4 แห่ง (อ่างขาง อินทนนท์ ปางดะ แม่หลอด) และศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 35 แห่ง กระจายตัวในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน และตาก ประชากรประกอบด้วย ชาวไทย และชาวไทยภูเขา จำนวน 11 เผ่า 263 หมู่บ้าน รวมกว่า 190,000 คน

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า ความสำเร็จจากการดำเนินงานพัฒนาทางเลือกบนพื้นที่สูงของโครงการหลวง ตลอด 51 ปีที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า สามารถปรับเปลี่ยนชุมชนชาวเขาจากชุมชนพืชเสพติดและยากไร้ เป็นชุมชนที่ลดเลิกการปลูกฝิ่น พื้นที่ฝิ่น 112,000 หมดไป เปลี่ยนเป็นพืชเกษตรเขตหนาว กว่า 500 ชนิด เกิดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์และผลิตภัณฑ์ใหม่มากมาย จากการค้นคว้าวิจัยอย่างไม่หยุดยั้งจนเป็นผู้นำแห่งการวิจัย ในพื้นที่ของโครงการหลวงเป็นระบบการเกษตรภายใต้มาตรฐานอาหารปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ทรัพยากรธรรมชาติยังได้รับการฟื้นฟูสู่ความอุดมสมบูรณ์ การดำเนินงานของโครงการหลวงได้พัฒนาสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาพื้นที่สูงเป็นแหล่งเรียนรู้ และพัฒนาการเกษตรที่สูงอย่างยั่งยืน และเกิดความร่วมมือกับนานาประเทศ ด้วยการพัฒนาของโครงการหลวง ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN-SDGs) 17 ประการ โครงการหลวงโมเดล จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น Best Practice ที่สร้างประโยชน์ทั้งต่อพื้นที่สูงในระดับชาติและนานาชาติ นำไปสู่เป้าหมายสังคมมีสุข ชุมชนพึ่งพาตนเอง แนวทางของโครงการหลวงโมเดลในปัจจุบัน ประกอบด้วย 6 แนวทางคือ การกำหนดขอบเขตพื้นที่อย่างเหมาะสม, การวิจัย พัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรม, การส่งเสริมพัฒนาอาชีพ, การเสริมสร้างชุมชนพึ่งพาตนเอง, การอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน

มูลนิธิโครงการหลวงมุ่งเน้นการผลิตพืชคุณภาพสูง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม เป็นสำคัญ ทั้งนี้เพื่อช่วยชาวเขาให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุข และช่วยดูแลรักษาป่า ช่วยให้คนไทยทั้งประเทศมีพืชใหม่ ๆ พืชเมืองหนาวรับประทานในราคาที่เหมาะสม ช่วยผลิตพืชส่งขายต่างประเทศและลดการนำเข้าสินค้าเกษตร สมดังพระราชประสงค์และพระราชปณิธาน ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

   

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า งานโครงการหลวง 51 จัดขึ้นภายใต้แนวความคิด “ดุจแสงทองจากฟ้า สู่ปวงประชาราษฎร์ร่มเย็น” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์มูลนิธิโครงการหลวง และเพื่อน้อมรำลึก พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง รวมถึงเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 88 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2563 ที่สำคัญยังเป็นการเผยแพร่การดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ตลอดระยะเวลา 51 ปี พร้อมทั้งส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิโครงการหลวง ผลิตภัณฑ์จากโครงการส่วนพระองค์ และหน่วยงานสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวง

ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ กรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง คณะทำงานฝ่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์แปรรูป กล่าวว่า โครงการหลวงได้รวบรวมผลิตผลและผลิตภัณฑ์จำหน่ายรวมกว่า 869 รายการ สำหรับผลิตภัณฑ์เด่นเน้นสินค้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสินค้าเพื่อรักษาสุขอนามัย เพื่อการดูแลตัวเองใน ช่วงโควิด-19 ได้แก่ ไอศกรีมเนื้ออะโวคาโดที่ผลิตจากเนื้ออะโวคาโด้คุณภาพดีที่สุดจากโครงการหลวง ไอศกรีมเมซาน่า (นมกระบือ) ซึ่งมีโปรตีนสูง รวมถึงไอศกรีมวานิลลา ที่ผลิตจากวินิลลาแท้ๆ ซึ่งเป็นไอศกรีมโฮมเมด สำหรับสายรักสุขภาพอย่างแท้จริง พลับ มีวิตามินซี วิตามินเอ พแทสเซียม ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจ ใยอาหารสูงช่วยระบบขับถ่าย มีแมกนีเซียม ช่วยเรื่องการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท ช่วยลดปวดประจำเดือนและบรรเทาอาการปวดท้องที่เกิดจากความเย็น และมีสารต้านอนุมูลอิสระ

ทางด้าน นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า ในงานโครงการหลวง 51 “ดอยคำ” ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “น้ำมังคุดผสมน้ำผลไม้รวม 98%” ซึ่งมีแอนโธไซยานิน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดความดันโลหิต และมีสวนผสมของสุดยอดผลไม้ 3 ภาคของไทย ได้แก่ มังคุดภาคใต้ ลิ้นจี่ภาคเหนือ และ มัลเบอร์รีภาคอีสาน จึงเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทั่วถึง

นางมุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล รองประธานกรรมการบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือและการสนับสนุนการจัดงานว่า งานโครงการหลวง 51 จัดขึ้นภายใต้แนวความคิด “ดุจแสงทองจากฟ้า สู่ปวงประชาราษฎร์ร่มเย็น” การนำดอกรวงผึ้ง ไม้มงคลที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ไทยทั้งผองมาตกแต่ง เปรียบดั่งแสงทองจากฟากฟ้า สีเหลืองอร่าม เปรียบเสมือนน้ำพระหฤทัยที่สาดแสงส่งลงให้ปวงประชารู้สึกร่มเย็นเป็นสุขสบายตา นอกจากนี้ ทางศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ได้ร่วมกับ 16 ร้านอาหารชื่อดังภายในศูนย์ฯ ร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษด้วยการนำเอาสุดยอดวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์โครงการหลวง มาปรุงเป็นเมนูพิเศษเพื่อจำหน่ายในงานโครงการหลวง 51 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-16 สิงหาคม นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

และในงานนี้โครงการหลวงได้รับความร่วมมือจาก shopee และ wongnai ในการเพิ่มช่องทางซื้อผลิตผลผลิตภัณฑ์และอาหารที่จำหน่ายในงานผ่านแอบพลิเคชั่นในมือถือเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและและรองรับวิถีใหม่แบบ new normal โดยสามารถรับของได้ภายในงาน


 

 

 

 

 \