การประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนงานโครงการหลวง (กปส.) ครั้งที่ 1/2563


วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนงานโครงการหลวง (กปส.) ครั้งที่ 1/2563 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่สนับสนุนงานโครงการหลวง รวมทั้งพิจารณาแผนงานสนับสนุนโครงการหลวง โดยมี นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรีที่ปรึกษาพิเศษ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานกรรมการ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการและเลขานุการ เข้าร่วมประชุม

หลังจากเปิดการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับผู้เข้าร่วมประชุม โดยที่ผ่านมาได้ติดตามการทำงานของโครงการหลวงมาโดยตลอด ปัจจุบันมีการปรับโครงสร้าง องค์กรและระบบงานใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด งานโครงการหลวงให้เป็นประโยชน์สู่ความยั่งยืน และขอความร่วมมือจากโครงการหลวงให้ช่วยในเรื่องของระบบเกษตร PGS หรือมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม จากสถานการณ์โควิด-19 รัฐบาลต้องหันมาดูแลทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ. ส่งเสริมทำการเกษตรแบบทันสมัยเพื่อแข่งขันกับต่างประเทศ โดยเน้นให้ทุกกระทรวงใช้นวัตกรรมที่ผลิตในประเทศ มีชีวิตพอเพียงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขอให้โครงการหลวงพิจารณาการทำงานให้สอดคล้องไปกับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อขับเคลื่อนเดินหน้าการพัฒนาด้วยความมั่นคง ลดการเหลื่อมล้ำ และเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วม และส่งเสริมการเรียนรู้ จากนั้นดร. จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลและหน่วยราชการที่สนับสนุนโครงการหลวงมาโดยตลอดกว่า 50 ปี จนเกิดผลสำเร็จดังเช่นทุกวันนี้ ส่วนสำคัญคือการสนับสนุนงบประมาณและการบูรณาการความร่วมมือจากคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนโครงการหลวง ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ

  

ที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานสืบเนื่องจากมติการประชุม กปส.ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 และรับทราบผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2562-2563 ของมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โดยโครงการหลวงได้รับการรับรองทะเบียนพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการเกษตรแล้ว จำนวน 15 พันธุ์ อาทิ ไม้ดอกประกายดาว คีนัว เนคทารีน และพีช และกำลังดำเนินการขอขึ้นทะเบียนพันธุ์ไม้ดอกมาลีรัตน์ วงศ์ขิง รวมทั้ง ฟักทองญี่ปุ่น คะน้าฮ่องกง และมะเขือเทศผลเล็ก ผลงานวิจัยที่นำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสารสกัดถั่งเช่า โยเกิร์ตนมกระบือ และผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในขณะนี้ คือ กาแฟอราบิกาเฉพาะถิ่น กาแฟแคบซูลซิงเกิลออริจิน น้ำมันลินินสกัดเย็น ผลิตภัณฑ์คีนัวกรอบ คีนัวบาร์ และขนมปังคีนัวผสมสตรอว์เบอร์รี

นอกจากนี้ เกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวง 13,645 ครัวเรือน ได้รับการส่งเสริมให้ปลูกพืชเขตหนาวและกึ่งหนาว 381 ชนิด ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย จำหน่ายภายใต้ตรา “โครงการหลวง” ในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 มีมูลค่ารวมถึง 1,328 ล้านบาท สำหรับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ซึ่งเป็นองค์กรที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อประสานงานและสนับสนุนกับหน่วยงานบูรณาการ ในการปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการหลวง ในปีงบประมาณ 2562-2563 มีหน่วยงานร่วมบูรณาการ ในพื้นที่โครงการหลวง จำนวน 24 หน่วยงาน และในพื้นที่พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง จำนวน 20 หน่วยงาน นอกจากนี้ มูลนิธิโครงการหลวงและ สวพส. ยังดำเนินความร่วมมือทางวิชาการกับประเทศต่าง ๆ ได้แก่ ภูฏาน เมียนมา และ สปป.ลาว เข้าร่วมการประชุมกับองค์การ FAO ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติดสมัยที่ 62 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย เพื่อเผยแพร่ผลงานสู่นานาชาติ


จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณสนับสนุนการสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ซึ่งจะจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมการปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูง เกิดประโยชน์โดยรวมแก่ประเทศ และรับทราบผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการใช้พื้นที่สูงตามแนวทางของโครงการหลวง รวมทั้งผลการประชุมวิชาการนานาชาติด้านการพัฒนาเกษตรที่สูงอย่างยั่งยืน ตามพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต่อยอดงานโครงการหลวง ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2562 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจาก 17 ประเทศ 675 คน และท้ายสุดนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาอนุมัติกรอบงบประมาณของหน่วยงาน บูรณาการและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนแม่บทศูนย์พัฒนาโครงการหลวง และแผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ระยะ 6 ปี (พ.ศ. 2560-2565) โดยให้ความสำคัญกับการจัดการปัจจัยพื้นฐาน น้ำ พื้นที่ป่าต้นน้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนบนพื้นที่สูง เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป


 

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.thaigov.go.th/gallery/contents/details/5519