โครงการหลวงรับมือปัญหาภัยแล้งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย

การขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภค บริโภค ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ จากการคาดการณ์ปัญหาภัยแล้งปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงกว่าทุกปี  โครงการหลวงจึงได้เร่งเตรียมการรองรับปัญหาที่ส่งผลต่อการผลิตพืชของเกษตรกรในความรับผิดชอบ จากการสำรวจในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน 2563 พบว่ามีเกษตรกร จำนวน 176 ชุมชน ในเขต 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา และตาก ได้ลงทะเบียนเพื่อขอความช่วยเหลือแล้วจำนวน 2,390 ราย 

จากพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่คณะทำงานโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติจังหวัดกาญจนบุรีในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 มีใจความสำคัญสรุปได้ว่า การรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้อย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นั้น จะต้องทำให้คนในชุมชนมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับป่า ดูแลรักษาป่าให้ดำรงความอุดมสมบูรณ์ตลอดไป ผู้รับผิดชอบส่วนต่าง ๆ ต้องศึกษาปัญหา และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ภูมิประเทศ ป่าไม้ แหล่งน้ำ เส้นทางคมนาคม รวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการดัดแปลงพื้นที่โดยไม่ให้เสียความสมดุลทางธรรมชาติ และเป้าหมายหลักในการดำเนินการ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ราบ แนวทางของโครงการหลวงในการพัฒนาชุมชนชาวเขาซึ่งอาศัยอยู่ในแหล่งต้นน้ำลำธารของประเทศ จึงมุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างจิตสำนึก รักษาป่า รักษ์สิ่งแวดล้อม เป้าหมายเพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุล สามารถจัดการการใช้พื้นที่เกษตรและพื้นที่ป่าอย่างเหมาะสม ไม่ให้ทั้งสองส่วนรุกล้ำกัน

  

ในปี 2563โครงการหลวงได้จัดทำแผนงานร่วมกับ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมพัฒนาที่ดิน และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ในการจัดหาอุปกรณ์กักเก็บน้ำ ปรับปรุงระบบกระจายน้ำ สนับสนุนระบบท่อส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก และถังเก็บน้ำบ่อวงเพื่อการอุปโภคบริโภค รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด รวมถึงหารือกับเกษตรกรปรับลด และยกเลิกแผนการปลูกพืชบางชนิด และเก็บรักษาหัวพันธุ์ไว้ในห้องเย็นเพื่อชะลอการปลูก ในเดือน เมษายน-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฝนแล้ง

และขณะนี้โครงการหลวงได้ร่วมกับ สวพส. จัดสรรงบประมาณเร่งด่วน ทยอยช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ ได้แก่ การขุดลอกและสร้างฝายอ่างกักเก็บน้ำในชุมชน 45 ชุมชน 23 ศูนย์ แล้วเสร็จคิดเป็นร้อยละ 64.28 จัดหาวัสดุจากแหล่งธรรมชาติมาใช้ในชุมชนเพื่อการฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำลำธาร สนับสนุนท่อส่งน้ำเข้าสู่แปลงเพาะปลูกผัก ไม้ผล ดอกไม้ และเห็ด รวมทั้งสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ระบบน้ำแบบประหยัดเพื่อผลิตผักในฤดูแล้ง ซึ่งโครงการความช่วยเหลือนี้จะดำเนินให้แล้วเสร็จภายในกรกฎาคมนี้