องคมนตรีเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด สมัยที่ 63 (CND63 วาระปกติ)
ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย

 

วันที่ 2 มีนาคม 2563 องคมนตรี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง พร้อมด้วย เลขาธิการ ปปส. เลขาธิการ อย. และเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเวียนนา ในฐานะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด สมัยที่ 63 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ซึ่งมีประเทศสมาชิกยูเอ็นจาก 193 ประเทศ เข้าร่วมประชุมกว่า 1,000 คน

ประเทศไทยได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการ CND ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 และต่อเนื่องจนปัจจุบันเป็นสมัยที่ 13 ด้วยบทบาทเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาคมโลก โดย พลโทหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติภารกิจสำคัญในการเผยแพร่การพัฒนาทางเลือกของไทยสู่เวทีโลก ในการประชุม ICAD เมื่อปี พศ. 2554 และเมื่อทรงดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ได้ทรงรับเลือกให้เป็นรองประธานคนที่ 2 ของการประชุมคณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดแห่งสหประชาชาติ หรือซีเอ็นดี ครั้งที่ 56 และรองประธานคนที่ 1 ในการประชุม CND ครั้งที่ 57 ซึ่งเป็นเวทีประชุมสำคัญระดับโลกในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างประเทศ

สำหรับการประชุมซีเอ็นดีในครั้งนี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติอย่างสูงในการเผยแพร่พระเกียรติคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยครั้งนี้องคมนตรีและคณะผู้แทนไทยได้ร่วมพูดคุยบนเวทีในหัวข้อ “50 ปี การพัฒนาทางเลือกของประเทศไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมทั้งมีเกษตรกรผู้นำจากโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงโป่งคำ จ.น่าน ร่วมสะท้อนผลสำเร็จในการนำรูปแบบโครงการหลวงไปพัฒนาชุมชนของตนเอง ปรับระบบการปลูกพืช จนสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม พร้อมนี้องคมนตรียังได้ และเข้าร่วมฟังการพูดคุยในเวทีคู่ขนานเรื่อง “ความท้าทายของบทบาทการพัฒนาด้านนโยบายการควบคุมยาเสพติด ซึ่งจัดโดยรัฐบาลสาธารณรัฐเปรู สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี UNODC และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นประธานประกอบพิธีเปิดนิทรรศการ 50 ปี ของการพัฒนาทางเลือกของประเทศไทย สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ณ ลานโรทุนดา ศูนย์ประชุมนานาชาติเวียนนา

การนำเสนอผลสำเร็จของโครงการหลวงสู่เวทีโลกครั้งนี้ เป็นการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีของการพัฒนาทางเลือกแบบโครงการหลวง หรือ Royal Project Model ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาจากพระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นับจากการเสด็จเยี่ยมพสกนิกรและทรงทราบปัญหา จึงมีพระราชประสงค์ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ กำจัดการปลูกฝิ่น อนุรักษ์ดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า และทำไร่ทำสวนในส่วนที่ควรเพาะปลูก วิธีปฎิบัติงานของโครงการหลวงดำเนินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นศูนย์กลาง บนพื้นฐานของความเข้าใจ เข้าถึง ทำให้ชาวเขาเชื่อถือ ศรัทธา ทำตามคำแนะนำด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว แนวทางพัฒนากำหนดจากพื้นฐานของปัญหา และความต้องการของชุมชนบนพื้นที่สูง พร้อมยึดวิธีปฏิบัติพระราชทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนา 4 ประการ คือ ลดขั้นตอน เร็วๆ เข้า ปิดทองหลังพระ และช่วยชาวเขาให้ช่วยตนเอง จึงทำให้ทางเลือกพืชทดแทนฝิ่นแบบโครงการหลวงถือเป็นการพัฒนาทางเลือกแรกของโลกที่มีความครบถ้วนทุกมิติ ดังคำกล่าวของผู้อำนวยการสำนักงานการพัฒนาที่ยั่งยืนของ UNODC ที่ให้การยอมรับว่าโครงการหลวงสามารถตอบโจทย์เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เพียงแก้ปัญหายาเสพติด ยังเป็นการพัฒนาคน สังคม และสิ่งแวดล้อม เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมมากมายหลายประการ ได้แก่ (1) พื้นที่ปลูกฝิ่น เกือบ 2 แสนไร่ หมดไปด้วยวิธีการสันติวิธีตั้งแต่ ปี 2547 โดยสหรัฐอเมริกาเพิกถอนรายชื่อประเทศไทยออกจากประเทศผู้ผลิตและลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ (2) เกษตรกรโครงการหลวงมีรายได้หลักทดแทนรายได้จากฝิ่น จากครอบครัวละ 15,000 บาท/ปี เป็น 250,000 บาท/ปี (3) การทำไร่เลื่อนลอยที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนเป็นการปลูกพืชภายใต้ระบบอนุรักษ์ดิน และน้ำ ป่าไม้ได้รับการฟื้นฟู

ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธาน สืบสานพระราชประสงค์ในรัชกาลที่ 9 รักษา และต่อยอดการพัฒนาของโครงการหลวง เพื่อชาวเขา ชาวเรา และชาวโลก ขยายผลสู่พื้นที่สูงอื่นทั้งในและต่างประเทศ และยังมุ่งสู่การเป็นสถาบันเรียนรู้ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างมั่นคงและยั่งยืน แม้ฝิ่นจะหมดไป แต่การพัฒนาของโครงการหลวงไม่หยุดนิ่ง เพื่อชุมชนที่เข้มแข็ง เป็นต้นแบบการตรึงพื้นที่ให้ปลอดภัย และป้องกันการขยายตัวของปัญหายาเสพติด โดยมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็กและเยาวชนให้ตระหนักในพิษภัยและรู้เท่าทันกลวิธีของขบวนการยาเสพติด และส่งเสริมยุวเกษตรกรที่ดีเพื่อสืบทอดมรดกของพ่อแม่ต่อไปในอนาคต