องคมนตรีตรวจเยี่ยมและติดตามงานในพื้นที่ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 องคมนตรี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย ต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนึ่งในสองแห่งซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเมื่อปี พ.ศ.2514 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง เสด็จเยี่ยมราษฎรชาวเขา บ้านห้วยห้อม กิ่งอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสภาพพื้นที่แห่งนี้มีการตัดไม้ทำลายป่า ปลูกฝิ่นเป็นพื้นที่กว้าง ทอดพระเนตรแหล่งน้ำ แปลงผัก และแกะที่ราษฎรเลี้ยงไว้ ต่อมาได้เสด็จพระราชดำเนินไปที่บ้านห้วยห้อมอีก 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2519 และ พ.ศ.2521 พระราชทานสิ่งของ พ่อพันธุ์แกะต่างประเทศเพื่อใช้ผสมพันธุ์กับแกะพื้นเมืองแก่ราษฎร จนกระทั่งการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเป็นครั้งที่ 4 ในปี พ.ศ. 2522 นายบุญสม แก่นเจิง ผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้นได้ยื่นถวายฎีกาขอให้มีศูนย์พัฒนาโครงการหลวงในเขตพื้นที่นี้ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้มูลนิธิโครงการหลวง เข้ามาดำเนินงานพัฒนาอาชีพ และจัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยขึ้น ในปี พ.ศ.2523  และในปี พ.ศ.2535 ได้มีการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมอีกครั้ง ทอดพระเนตรแปลงปลูกผักของชาวเขาเผ่าละว้า ซึ่งมีการปลูกซ้ำๆ กันจนดินเสื่อมสภาพ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้โครงการหลวงนำหญ้าแฝกไปส่งเสริมเกษตรกรปลูกตามแนวคันดินป้องกันการพังทลายของหน้าดิน อีกทั้งลดการบุกรุกที่ดินเนื่องจากการย้ายที่ทำกิน

   

ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย มีขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบ 27,842.49 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่สำหรับทำการเกษตร ที่อยู่อาศัย และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ หมู่บ้านส่งเสริม 5 หมู่บ้าน 9 หย่อมบ้าน ประชากร 764 ครัวเรือน 3,345 ราย เป็นชนเผ่าปกาเกอญอและละว้า นับถือศาสนา พุทธ และคริสต์ ศูนย์ฯ แม่ลาน้อยมุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน  ใน 3 มิติ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ  ขณะนี้ได้จัดทำแปลงสาธิตการผลิตพืชที่จะผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ อาโวคาโด กาแฟอราบิก้า และ องุ่น และยังมีงานส่งเสริมเกษตรทั่วไป ประกอบด้วย พืชผัก ไม้ผล กาแฟ พืชไร่ และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งผลิตภายใต้มาตรฐานอาหารปลอดภัย มีเกษตรกรที่ได้รับรองมาตรฐาน 473 ราย ผลผลิตหลัก ได้แก่ เบบี้ฮ่องเต้ เบบี้คอสโอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คะน้าฮ่องกง พริกแม๊กซิกัน ผักกาดขาวปลี มะเขือม่วงก้านเขียว อาโวคาโด เสาวรส เคพกูสเบอร์รี กาแฟอราบิก้า ถั่วแดงหลวง ข้าวไร่ ข้าวนา นอกจากนี้ยังเสริมสร้างอาชีพนอกภาคเกษตร ได้แก่ การอนุรักษ์งานหัตถกรรมชนเผ่า ประกอบด้วย กลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วยห้อม  กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือละว้าบ้านดง กลุ่มทอผ้ากะเหรี่ยงบ้านห้วยห้า บ้านห้วยผึ้ง กลุ่มตีเครื่องเงินโบราณบ้านละอูบ ส่งเสริมการแปรรูปกาแฟคั่วบดจำหน่ายในชุมชน ด้านสังคม ดำเนินโครงการหมู่บ้านสะอาด หมู่บ้านปลอดยาเสพติด พัฒนายุวเกษตรกรโครงการหลวง มุ่งเน้นให้เยาวชนรุ่นใหม่รักการเรียนรู้ และนำความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด ด้านสิ่งแวดล้อม รณรงค์และส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ควบคู่กับการปลูกป่าชาวบ้านและปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน และที่สำคัญคือ การดำเนินการโครงการพัฒนาชุมชนโครงการหลวงเพื่อเป็นชุมชนคาร์บอนต่ำและยั่งยืน  ผลคือ มีหมู่บ้านที่ได้รับรองเป็นชุมชนคาร์บอนต่ำระดับดีเยี่ยม 2 แห่งได้แก่ บ้านห้วยห้อม และบ้านดง นอกจากนี้ ศูนย์ฯ แม่ลาน้อยยังเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกกาแฟอาราบิก้าใต้ร่มเงาต้นไม้ป่าและไม้พื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟของศูนย์ฯ ซึ่งเกษตรกรเลือกเก็บผลสุกสีแดงทีละผล และนำไปแปรรูปเป็นกาแฟกะลา ผ่านกระบวนการคัดเลือกคุณภาพของโครงการหลวง เข้าสู่กระบวนการคั่วระดับกลางค่อนไปทางเข้ม กาแฟจากโครงการหลวงแม่ลาน้อยจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะ หอมกลิ่นดอกไม้ป่า และรสชาติหอมหวานคล้ายแอปเปิ้ล

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ แม่ลาน้อยยังส่งเสริมการเลี้ยงปลาน้ำจืดเพื่อเป็นแหล่งอาหารของชุมชน ดำเนินการโครงการปล่อยสัตว์น้ำสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความสมดุลย์ของระบบนิเวศน์โดยหน่วยประมงในพื้นที่ รวมทั้งหน่วยปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่แม่ฮ่องสอนเพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีน โดยไก่แม่ฮ่องสอนเป็นพันธุ์ไก่ที่ได้รับการรับรองพันธุ์จากกรมปศุสัตว์ เลี้ยงง่าย และเหมาะกับบริบทที่สูง และในช่วงท้ายองคมนตรีได้มอบแนวทางการดำเนินงานของโครงการหลวงเพื่อเสริมสร้างชีวิตแก่ราษฎรชาวเขาที่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า จะต้องพัฒนาด้วยความพอดี พอเพียง เกิดความสมดุล คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน และอยู่ภายใต้กฎหมาย เป็นตัวอย่าง และเป็นต้นแบบแก่หน่วยราชการนำไปใช้ ในการส่งเสริมพืชแก่เกษตรกร ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ เส้นทางขนส่ง ดิน น้ำ และสิ่งสำคัญคือ การตลาด รวมทั้งการรักษาคุณภาพ ระบบการผลิตที่ได้ตามมาตรฐานสากล สามารถทวนสอบได้ ซึ่งเป็นแนวทางพระราชทานหรือศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทำให้การส่งเสริมพืชเขตหนาวของโครงการหลวงเกิดผลสำเร็จ ทุกวันนี้ชาวเขาในพื้นที่จึงมีอาชีพสุจริต ชาวไทยได้มีผลิตผลเขตหนาวคุณภาพดี ปลอดภัยนานาชนิดรับประทานกัน   จากนั้นองคมนตรีได้เยี่ยมชมผลิตผลจากการส่งเสริมของโครงการหลวงและผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมปลูกต้นรวงผึ้งเป็นที่ระลึกก่อนเดินทางกลับ