องคมนตรี ตรวจเยี่ยมและติดตามงานในพื้นที่ของมูลนิธิโครงการหลวงในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวงเดินทาง ไปตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมตรี ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยเมื่อ พ.ศ. 2514 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่บ้านแม่โถ ทอดพระเนตรเห็นชาวเขาปลูกฝิ่นเป็นจำนวนมาก พื้นที่ป่าถูกทำลาย สภาพดินเสื่อมจากการทำไร่เลื่อนลอย จึงได้พระราชทานพระราชดำริในการส่งเสริมและการพัฒนาต้นน้ำ และมีรับสั่งให้หาพืชมาปลูกทดแทนฝิ่น ด้วยวิธีการปลูกที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงเริ่มทดลองให้เกษตรกรชาวเขาปลูก red kidney bean หรือถั่วแดงหลวง ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของถั่วแดงหลวงในประเทศไทย กระทั่งปี พ.ศ. 2539 จึงตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถขึ้น เพื่อทำหน้าที่พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา ส่งเสริมการปลูกพืชเขตหนาวชนิดต่างๆ โดยเน้นหลักการตามมาตรฐานอาหารปลอดภัย

 

 

ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ มีประชากรในความรับผิดชอบจำนวน 5 หมู่บ้าน 868 ครัวเรือน ประชากร 3,751 คน เป็นชาวม้งและปกาเกอะญอ เกษตรกรปลูกพืชผักหลากหลายชนิดภายใต้โรงเรือนแบบประณีต โดยใช้ระบบน้ำหยด เป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพและมูลค่าของผลผลิต ลดความเสี่ยงด้านต่างๆ สามารถจัดการน้ำ และดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มตั้งแต่ การเพาะเมล็ด การเตรียมแปลงปลูก การปลูก การจัดการน้ำ การดูแลบำรุงรักษา และการปัองกันโรค จนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ได้คุณภาพ เพื่อสร้างรายได้ให้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ผลผลิตหลักของศูนย์ ได้แก่ ขึ้นฉ่าย คราวน์เดซี่ คอร์นสลัด ตั้งโอ๋ ปวยเหล็ง ผักโขม มิซูน่าร๊อกเก็ตสลัดพันธุ์ป่า เสาวรสหวาน อาโวคาโด ดอกอัลสโตรมีเรียฟล๊อกโกล์ฟ นอกจากนี้ ศูนย์ฯ แม่โถ ยังได้ส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ ฟื้นฟู และอนุรักษ์งานหัตถกรรมชุมชน เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น พัฒนายุวเกษตรกรโครงการหลวงเพื่อเป็นเกษตรกรที่ดีในอนาคต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางเรียนรู้การปลูกผักภายใต้โรงเรือนแบบประณีต เพื่อลดการใช้สารเคมี ลดการใช้พื้นที่ และไม่ทำลายป่า

 

  

องคมนตรีได้ทำความเข้าใจและมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่โครงการหลวงและหน่วยงานในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยขณะนี้ได้ดำเนินการขอใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อการส่งเสริมอาชีพความเป็นอยู่ของชาวเขาในพื้นที่โครงการหลวงทุกแห่ง สนองตามพระราชประสงค์ในรัชกาลที่ 9 และพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยความร่วมมือของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำขอบเขตการใช้ประโยชน์ ตามมาตรา 19 ทั้งพื้นที่ดำเนินการของสถานีวิจัย และศูนย์พัฒนาโครงการหลวง รวมทั้งพื้นที่ส่งเสริมของเกษตรกร ต่อไปทุกหน่วยงานที่จะเข้าดำเนินการตามแผนงานจะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วทันการณ์ เกษตรกรในพื้นที่ก็จะสามารถทำกินในพื้นที่ได้โดยถูกต้อง และในสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ทุกวันนี้ชาวไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ 9 ด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเขื่อนและอ่างกักเก็บน้ำไว้หลายที่ ทำให้เรามีน้ำกินน้ำใช้ แต่ปัญหาภัยแล้งมีผลกระทบเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งโครงการหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องสร้างมาตรการป้องกันแก้ไข ได้แก่ การเพิ่มปริมาณผลผลิตโดยใช้พื้นที่น้อย การสร้างบ่อกักเก็บน้ำ การเพิ่มพื้นที่ป่า โดยการปลูกไม้ผล การปลูกกาแฟภายใต้ร่มเงา นอกจากจะช่วยเพิ่มป่าแล้วยังสร้างรายได้.โครงการหลวงมีนโยบายให้ทุกศูนย์ฯ จัดทำแผนงาน กำหนดเป้าหมายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ประชาชนในพื้นทีจะต้องมีรายได้สูงกว่ารายได้ขั้นต่ำที่รัฐกำหนด บ่าในพื้นที่เพิ่มจำนวนขึ้น โดยการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยราชการ และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

จากนั้นองคมนตรี ได้เดินทางต่อไปยัง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อพ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ทรงเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่าลั๊วะ ที่บ้านป่าแป๋ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง เป็นครั้งแรก ทรงทราบว่าชาวเขาเผ่าลั๊วะ บางปีขาดแคลนข้าว ต้องยืมเงินซื้อโดยเสียดอกเบี้ยสูงมากจนไม่มีทางชำระหนี้ได้หมด ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารข้าวแก่ราษฎรบ้านป่าแป๋ จึงเป็นต้นกำเนิดธนาคารข้าวแห่งแรกในประเทศไทย และเมื่อ พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินตามเสด็จพระบรมราชชนกไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวเขาตำบลป่าแป๋ พระราชทานถุงยังชีพพระราชทาน ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ 48 และจากนั้นยังได้ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรชาวเขาอีกหลายครั้ง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2536 เพื่อดำเนินการพัฒนาอาชีพแก่ประชากรในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน 12 หย่อมบ้าน 830 ครัวเรือน จำนวนประชากรรวม 2,804 คน เป็นชาวปกาเกอะญอและละว้า โดยส่งเสริมการปลูกพืชผัก ไม้ผล พืชไร่ และกาแฟ และเลี้ยงสัตว์ แบบประณีตภายใต้มาตรฐานอาหารปลอดภัย เกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตผ่านโครงการหลวง 20 ชนิด เป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2562 ผลผลิตหลักของศูนย์ ได้แก่ คะน้าฮ่องกง เบบี้คอส โอ๊คลีฟแดง เขียว เรดโครอล เคพกูสเบอร์รี เสาวรสหวาน ข้าวกล้องเฮงาะเลอทิญ ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวของชนเผ่าละว้า ในพื้นที่ของศูนย์ฯ แม่สะเรียง มีลักษณะเมล็ดที่สั้นและใหญ่ มีความนุ่ม หุงขึ้นหมอ นอกจากนี้ ศูนย์ฯ แม่สะเรียง ยังได้ส่งเสริมความเข้มแข็งในการดำเนินงานของสหกรณ์ในพื้นที่ โดยสหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงแม่สะเรียง จำกัด ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ อยู่ในระดับ A ตลอดจนร่วมกับชุมชน และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ในการดูป่า ไม่ให้เกิดการบุกรุกทำลาย ส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันปลูกป่าชาวบ้านตามแนวทางของโครงการหลวง และพระราชดำรัส ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง