องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง และ
พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานคณะกรรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง
ประชุมติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2563
ณ สำนักงานมูลนิธิโครงการหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

 

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง และ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ได้เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามนโยบาย ครั้งที่ 5/ 2563 ณ สำนักงานมูลนิธิโครงการหลว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงให้เป็นไปตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และบรรลุตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานไว้

วาระแรกของการประชุม นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง ได้รับมอบเงินสนับสนุนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อก่อสร้างโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แก่สถานีวิจัยและศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ในระยะที่ 2 จำนวน 5 โรง เป็นเงินกว่า 2.5 ล้านบาท โดยนางจุฑาพรรธน์ แก้ววัฒนะบวร ผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยมีพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ กรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบครั้งนี้ คณะกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้อนุมัติงบประมาณจากกองทุนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แก่มูลนิธิโครงการหลวง รวมทั้งสิ้น 15 โรง ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2561-2563 ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรข สามารถเก็บรักษาผลผลิตได้นาน ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ จำหน่ายในราคาสูงขึ้น โดยในระยะที่ 1 ได้ก่อสร้างโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์เสร็จสิ้นแล้วจำนวน 6 โรง ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า อ.ปง จ.พะเยา, พระบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน, เลอตอ อ.แม่ระมาด จ.ตาก และสะโงะ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งเกษตรกรโครงการหลวงได้นำไปใช้ประโยชน์ในการอบ ดอกเก๊กฮวย คาโมมายด์ หญ้าหวาน คีนัว และพริกกะเหรี่ยง  

จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบแผนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่โครงการหลวง ภายใต้แผนแม่บทศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ระยะ 6 ปี (พ.ศ.2560-2565)  โดยในปีงบประมาณ 2562 หน่วยงานบูรณาการรวม 16 หน่วยงาน ได้ดำเนินการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานในพื้นที่โครงการหลวง และพื้นที่ขยายผลแบบโครงการหลวง รวม 22 กิจกรรม  ดำเนินการสำเร็จตามแผน ร้อยละ 70 สำหรับการดำเนินการในปีงบประมาณ  2563 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และทบทวนแผนงานเพื่อรอการประกาศใช้ พรบ. งบประมาณ 2563 และจะดำเนินการสำรวจความพึงพอใจและความต้องการของประชาชนในพื้นที่เพื่อให้การดำเนินการตรงตามความต้องการจริง   นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาการดำเนินความร่วมมือทางวิชาการกับ UNODC ประจำเมียนมา ใน พ.ศ. 2563 ต่อเนื่อง จากเดิมที่โครงการหลวงให้การสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่รัฐฉาน มาตั้งแต่ปี 2556 โดยนำองค์ความรู้การพัฒนาทางเลือกแบบโครงการหลวงไปใช้แก้ไขปัญหาพืชเสพติด และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ส่งนักวิชาการของมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงไปให้คำปรึกษาและจัดฝึกอบรมดูงานด้านการเกษตรตามแนวทางโครงการหลวงเแก่เจ้าหน้าที่ UNODC ประจำเมียนมา และเกษตรกรผู้นำในพื้นที่ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ไม้โตเร็วและกิ่งพันธุ์อาโวคาโด รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์สำหรับโรงเรือนปลูกผักตามแบบของโครงการหลวง และ UNODC ประจำสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมายังได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟชาวเปรูมาให้ความรู้และคำแนะนำการผลิตกาแฟคุณภาพแก่เจ้าหน้าที่โครงการหลวง รวมทั้งมอบเมล็ดพันธุ์กาแฟให้ทดลองปลูก โครงการนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่นำต้นแบบของโครงการหลวงไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม นอกเหนือจากการขยายรูปแบบการพัฒนาทางเลือกแบบโครงการหลวงไปยังพื้นที่สูงในประเทศ  44 แห่ง และเกิดความร่วมมือแลกเปลี่ยนวิชาการความรู้กับประเทศต่างๆ อีกกว่า 6 ประเทศ ผลงานของโครงการหลวงที่สั่งสมประสบการณ์มาถึง 50 ปี จึงได้ถูกคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. ในการไปจัดแสดงนิทรรศการใหญ่ภายในการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด (CND) สมัยที่ 63 ที่กรุงเวียนนาสาธารณรัฐออสเตรีย ระหว่สงวันที่ 2-6 มีนาคมที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ประธานกรรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวงยังได้ให้นโยบายสำคัญเพื่อส่งเสริมให้พื้นที่ดำเนินงานของโครงการหลวงเป็นตัวอย่างในการให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเหมาะสม ยั่งยืน โดยจัดทำโมเดลต้นแบบที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ อ.แม่ระมาด จ.ตาก ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีกำเนิดเป็นแห่งแรกในรัชกาลปัจจุบัน โดยการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างชีวิตความเป็นอยู่แก่เกษตรกรอย่างพอเพียงแก่อัตภาพ เน้นการพึ่งพากันระหว่างคนกับป่า ปลูกพืชที่สร้างรายได้และไม่ทำลายป่า  อาทิ การปลูกกาแฟภายใต้ร่มเงาป่าไม้  การปลูกไม้ผลเพื่อเกิดรายได้และสร้างป่า ตามแนวทาง ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ประสานกับหน่วยงานป่าไม้ในการจัดทำแผนการใช้พื้นที่ โดยไม่ใช้พื้นที่มาก ปรับปรุงบำรุงดินเพื่อเพิ่มผลผลิต  จัดการและจัดสรรการใช้น้ำอย่างเหมาะสม และมุ่งส่งเสริมให้เยาวชนรักถิ่นฐานบ้านเกิด ส่งเสริมการทำกิจกรรมเพื่อสร้างอาชีพ สร้างประโยชน์แก่ครอบครัว และเกิดประโยชน์ต่อบ้านเกิด