องคมนตรีประชุมติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนธันวาคม 2562

วันที่ 11 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 น. องคมนตรี จรัลธาดา กรรณสูต ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง และ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ ประธานกรรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามนโยบาย ครั้งที่ 3/ 2563 ณ ห้องศรีตรัง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยองคมนตรีได้รับฟังรายงานความก้าวหน้าแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จ.ตาก ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมระหว่างโครงการหลวง ภาครัฐ และหน่วยงานในพื้นที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่เกษตรกรรมและที่ดินรายแปลงของหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบ รวม 25 หย่อมบ้าน 3,333 ครัวเรือน ในเขต 2 อำเภอ คือ อ.แม่ระมาด และท่าสองยาง จำนวนพื้นที่ 33,255.89 ไร่ เพื่อนำร่างแผนที่การใช้ที่ดินมาทับซ้อนกับการใช้ที่ดินปัจจุบัน และดำเนินการวางแผนพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ให้เหมาะสมต้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการหลวงที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า ทำไร่ทำสวนในส่วนที่ควรเพาะปลูก โดยศูนย์เลอตอได้ส่งเสริมพืชผักและไม้ผลเขตหนาวแก่เกษตรกรปลูกเป็นอาชีพมาเป็นเวลา 2 ปี และได้จัดฝึอบรมให้เกษตรกรเข้าใจในระบบปลูกพืชที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้พิจารณาการขึ้นทะเบียนน้ำนมกระบือ และการขึ้นทะเบียน อย. ในผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนมกระบือ ภายใต้ตราสินค้าโครงการหลวง ได้แก่ โยเกิร์ต และนมพาสเจอไรส์ชีส

ในเวลา 15.00 น. องคมนตรีได้เดินทางไปตรวจติดตามความก้าวหน้าและรับฟังการชี้แจงขอบเขตและผังการก่อสร้างในภาพรวม บริเวณจุดก่อสร้างอาคารศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนกองทัพบก กองทัพภาคที่ 3 โยธาธิการและผังเมือง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมติดตาม ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ก่อสร้างอาคารศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร บริเวณพื้นที่ของมูลนิธิโครงการหลวง ในตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวนเนื้อที่ 21.9 ไร่ โดยใช้งบประมาณของมูลนิธิ เพื่อการศึกษาทดลองวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับพืชชนิดต่าง ๆ ที่ปรับตัวได้ดีบนพื้นที่สูง และการค้นคว้าวิจัยเรื่องอื่น ๆ โดยปัจจุบันห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ของโครงการหลวงกระจายอยู่ตามพื้นที่ของหน่วยงานอื่น ดังนั้น การจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแห่งนี้ จะเป็นศูนย์รวมการปฏิบัติงานด้านการวิจัย พัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรของโครงการหลวงอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการออกแบบการก่อสร้างนั้นได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และเพื่อให้การดำเนินการเป็นด้วยความเรียบร้อย เกิดประสิทธิภาพ ตามพระราชประสงค์ องคมนตรีประธานกรรมการมูลนิธิได้แต่งตั้งคณะอำนวยการก่อสร้างอาคารศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรมูลนิธิโครงการหลวง และผู้จัดการโครงการ เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานก่อสร้างให้เป็นไปตามพระบรมราชวินิจฉัย กลุ่มอาคารดังกล่าวประกอบด้วย อาคารนิทรรศการและศูนย์เรียนรู้ อาคารสำนักงาน และอาคารปฏิบัติการอีก 3 หลัง ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2565