องคมนตรีตรวจเยี่ยมและติดตามงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงในพื้นที่ จ.เชียงราย และ จ.พะเยา

วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 องคมนตรี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ของมูลนิธิโครงการหลวงเป็นวันที่สอง

เวลา 09.00 น. องคมนตรี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ ได้เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้งซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยผาหม่น แนวแบ่งเขตประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เดิมเป็นหน่วยย่อยของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง เริ่มเข้ามาดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อปี พ.ศ. 2547 และในปี พ.ศ. 2550 มูลนิธิโครงการหลวงจึงได้ตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้งขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัว โดยชาวบ้านในพื้นที่ได้ยกพื้นที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์บ้านผาตั้งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จำนวน 50 ไร่ ให้เป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง มีประชากรในความรับผิดชอบของศูนย์ฯ 4 หมู่บ้าน รวม 710ครัวเรือน ประชากรจำนวน 3,068 คน เป็นชาวม้ง อิ้วเมี่ยน และจีนยูนนาน การดำเนินงานของศูนย์ฯ ได้มุ่งเน้นด้านการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรได้ปลูกพืชผัก ไม้ผล ไม้ดอก เมืองหนาว รวมทั้งกาแฟและพืชไร่ ภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย จนสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่เกษตรกร โดยมีนักวิชาการจากส่วนกลางทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำ และถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการไปสู่เจ้าหน้าที่ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง เพื่อถ่ายทอดสู่เกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ ปัจจุบันมีประชากรในพื้นที่ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง ที่ได้รับประโยชน์แล้วจำนวน 145 ครัวเรือน 562 ไร่ รวม 62 โรงเรือน ผลผลิตหลักของศูนย์ ได้แก่ ฟิลเล่ย์ไอซ์เบิร์ก บัตเตอร์เฮด เบบี้คอส พีช พลับพันธุ์ฟูยู และกาแฟอาราบิก้า นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมงานด้านหัตถกรรม มีประชากรที่ได้รับประโยชน์จำนวน 20 ครัวเรือน และส่งเสริมงานด้านปศุสัตว์ มีประชากรได้รับประโยชน์ จำนวน 10 ครัวเรือน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมองคมนตรี ได้เยี่ยมชมแปลงผักตระกูลสลัด ซึ่งปลูกในโรงเรือนภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย

จากนั้นเวลา 10.00น. องคมนตรี ได้เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า อำเภอปง จังหวัดพะเยา ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530 ในพื้นที่ตำบลผาช้างน้อย โดยมูลนิธิโครงการหลวงได้ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน จัดสรรพื้นที่ทำกินให้แก่เกษตรกร และได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกไม้ผลและพืชผักเขตหนาวในระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 3 หมู่บ้าน คือ บ้านสิบสองพัฒนา บ้านปางค่าใต้ และบ้านปางค่าเหนือ จนกระทั้งปี พ.ศ.2559 องค์การบริหารส่วนตำบลผาช้างน้อยได้เล็งเห็นว่าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าดำเนินการส่งเสริมอาชีพได้ผลเป็นอย่างดี เกษตรกรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจึงได้ทำหนังสือถึงมูลนิธิโครงการหลวงขออนุญาต ขยายเขตพื้นที่ส่งเสริมอาชีพการเกษตรเพิ่มอีก 4 หมู่บ้าน ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จึงมีพื้นที่ส่งเสริมในความรับผิดชอบทั้งหมด 7 หมู่บ้านรวม1,324 ครัวเรือน ประชากรจำนวน 5,445 คน เป็นชาวม้งและฮิ้วเมี่ยนการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ได้มุ่งเน้นพัฒนาด้านการปลูกพืชผักภายใต้โรงเรือนและไม้ผลเขตร้อนโดยได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรในการเพาะปลูกพืชผักภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย ผลผลิตหลัก ได้แก่ พริกหวานมะเขือเทศโครงการหลวงคะน้าฮ่องกง แตงกวาญี่ปุ่น องุ่น อาโวคาโด เสาวรส เคพกูสเบอร์รี และเมล่อนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ได้เริ่มส่งเสริมการปลูกเมล่อนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมาโดยปลูกภายใต้โรงเรือนในระบบที่ใช้วัสดุปลูกแทนดิน (Substrate Culture System) ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพสูง ให้ผลผลิตระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนตุลาคม ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกเมล่อนญี่ปุ่น จำนวน 33 ราย สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรต่อรายต่อโรงเรือนประมาณ 30,000-40,000 บาท

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า อำเภอปง จังหวัดพะเยา

นอกจากนี้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ยังได้สนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เช่น โครงการหมู่บ้านสะอาด หมู่บ้านปลอดยาเสพติด การพัฒนายุวเกษตรกรส่งเสริมการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปลูกป่าชาวบ้านตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มีการอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยการปลูกหญ้าแฝก รณรงค์การลดการใช้สารเคมี และเฝ้าระวังการปนเปื้อนมลพิษในสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของคนและชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์งานหัตถกรรมชนเผ่าฮิ้วเมี่ยนที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ สร้างรายได้นอกภาคการเกษตรให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้อีกช่องทางหนึ่ง จากนั้นองคมนตรีได้ร่วมปลูก “ต้นรวงผึ้ง”ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 ภายในบริเวณพื้นที่ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ก่อนเดินทางกลับ