ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 

องคมนตรีตรวจเยี่ยมและติดตามงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงในพื้นที่ จ.เชียงราย

วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ของมูลนิธิโครงการหลวง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

เวลา 11.30 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เดินทางถึงศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการดำเนินงานของศูนย์ โดยเมื่อ ปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรหมู่บ้านดอยสะโง้ ครั้งแรก ได้ทอดพระเนตรเห็นว่าบริเวณนี้มีสภาพยากจน ควรให้คำแนะนำ ส่งเสริมการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่มีรายได้เพียงพอ มีชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจึงได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงและพัฒนา ต่อมา พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง จากลานเฮลิคอปเตอร์ พระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ ไปยังบ้านแม่ปูนหลวง อำเภอเวียงป่าเป้า และบ้านดอยสะโง้ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เมื่อถึงหมู่บ้านดอยสะโง้ ได้พระราชทานสิ่งของ ยาชุด เครื่องเขียนแบบเรียนแก่ผู้แทนครู นักเรียน ตลอดจนเจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์ และกรมพัฒนาที่ดินที่ปฏิบัติงานอยู่ ในปี พ.ศ.2522 จึงได้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะขึ้น เพื่อส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรเผ่าชาวไทยภูเขาในพื้นที่ และพัฒนาปัจจัยพื้นฐานในชุมชนให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น ตลอดจนฟื้นฟู และอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้มีความอุดมสมบรูณ์ ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ มีประชากรในความรับผิดชอบของศูนย์ฯ จำนวน 4 หมู่บ้าน รวม 1,105 ครัวเรือน 2,976 คน เป็นชาวอาข่า ไทลื้อ และคนเมือง การดำเนินงานของศูนย์ฯ ได้มุ่งเน้นการพัฒนาส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นให้ชุมชนพึ่งพาตนเอง ปลูกจิตสำนึกให้รักและหวงแหนป่าต้นน้ำ รวมทั้งการพัฒนาระบบการบริหารร่วมกับหน่วยงานราชการ ตลอดจนการมีส่วนร่วมของชุมชนต่างๆ ให้เห็นความสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรในการเพาะปลูกพืชผักภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย โดยศูนย์ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชชนิดต่าง ได้แก่ องุ่น เสาวรส ผักกาดกวางตุ้ง มะเขือม่วงก้านดำ มันเทศญี่ปุ่น ฟักทองญี่ปุ่น ดอกคาโมมายล์ หญ้าหวาน และดอกเก๊กฮวย ที่ได้นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อบแห้ง ส่งจำหน่ายให้แก่ร้านโครงการหลวง โดยจุดเด่นของดอกเก็กฮวยอบแห้ง จะมีสีเหลืองสด และมีกลิ่นหอม ต่างจากดอกเก๊กฮวยทั่วไป นิยมนำไปชงเป็นชาดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ขณะนี้ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรปลูกแล้ว 36.5 ไร่ จำนวนเกษตรกร 104 ราย โดยส่งผลผลิตแล้วจำนวน 98 ราย ในปีที่ผ่านมาเก็บผลผลิตได้กว่า 20,691.56 กิโลกรัม สร้างรายได้เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 918,900.60 บาท ประธานกรรมการบริหารยังได้ตรวจเยี่ยมแปลงโรงเรือนเพาะชำต้นกล้าพันธุ์ดอกเก๊กฮวย ในพื้นที่โดยรอบศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

เวลา 13.30 น.องคมนตรีได้เดินทางไปยัง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการดำเนินงานของศูนย์ โดยเมื่อ ปี พ.ศ. 2539 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสมถวิลจินตมัย บ้านห้วยแล้ง ผู้ใหญ่บ้านห้วยแล้ง ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานให้มูลนิธิโครงการหลวง ช่วยเหลือ เพื่อให้ราษฎรได้มีอาชีพที่มั่นคง ในปี พ.ศ. 2542 มูลนิธิโครงการหลวง จึงได้ตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง ขึ้น เพื่อส่งเสริมอาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เกิดการพึ่งพาตนเอง ตลอดจนฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้มีความอุดมสมบูรณ์

ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง มีประชากรในความรับผิดชอบของศูนย์ฯ จำนวน 9 หมู่บ้าน 2 ตำบลรวม 1,924 ครัวเรือน จำนวน 4,947 คน เป็นชาวม้ง ไทลื้อ ขมุ และเมี่ยน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง มีพื้นที่ใกล้กับแม่น้ำโขงซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีลำน้ำงาวเป็นแหล่งน้ำสายหลัก จึงใช้ประโยชน์เพื่อทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ปัจจุบันศูนย์ฯ ได้ดำเนินงานพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยการเพาะปลูกพืชผักภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย เน้นการผลิตพืชผักภายใต้โรงเรือนหลังคาพลาสติก มีพืชที่สร้างรายได้มากที่สุดคือ คะน้าฮ่องกง คอส ผักกาดฮ่องเต้ก้านขาว ขึ้นฉ่าย ผักกาดหอมใบแดง ตลอดจนมีการส่งเสริมพืชชนิดอื่นๆ เช่น องุ่น เสาวรส งาดำ และกาแฟอาราบิก้า โดยในปีที่ผ่านมาได้สร้างรายได้มากกว่า 4.6 ล้านบาท นอกจากนี้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง ยังได้สนับสนุนส่งเสริม การถ่ายทอดความรู้ ฟื้นฟูอนุรักษ์งานหัตถกรรมของชุมชนเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และยังได้จำหน่ายเพื่อเป็นรายได้เสริม ได้แก่ งานหัตถกรรมผ้าทอไทลื้อ มีสมาชิก 44 ราย มีรายได้กว่า 557,000 บาท และงานหัตถกรรมเครื่องจักสานมีสมาชิก 10 ราย รายได้กว่า 48,000 บาท พร้อมทั้งยังได้สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของคน และชุมชนการฟื้นฟูและอนุรัก ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมการปลูกป่าชาวบ้านตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยการปลูกหญ้าแฝกรณรงค์การลดการใช้สารเคมีและเฝ้าระวังการปนเปื้อนมลพิษในสิ่งแวดล้อม

โดยในการตรวจเยี่ยมพื้นที่ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงครั้งนี้ องคมนตรีได้เน้นย้ำ ให้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุกแห่ง ให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยให้ความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการสำรวจพื้นที่ในความรับผิดชอบ ทั้งพื้นที่ตั้งสถานี/ศูนย์ดำเนินการ รวมทั้งพื้นที่จัดสรรแก่เกษตรกร เพื่อให้การใช้พื้นที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งช่วยกันขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน โดยมุ่งสร้างประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เป็นตามพระราชประสงค์ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 และพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว