วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง และพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานคณะกรรรมการบริหาร มูลนิธิโครงการหลวง ได้เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบาย ครั้งที่ 10/ 2562ณ ห้องดอยคำ อาคารฝึกอบรม สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)

โดยวาระแรกของการประชุม ได้มีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณ ในโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก ประเภทโครงการการจัดการป่าไม้และพื้นที่สีเขียว ขององค์การบริหารจัดการก๊าชเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในการกักเก็บคาร์บอนของการปลูกป่าบนพื้นที่สูง ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โดย ผศ.ดร.นิคม แหลมศักดิ์ คณบดี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้แทนจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มอบใบประกาศเกียรติคุณแด่องคมนตรี จรัลธาดา กรรณสูต ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง กิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกนี้ ดำเนินการนำร่องที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โดยนำไม้ต่างถิ่นจำนวนกว่า 20 ชนิด ไปปลูกในแปลงโครงการวิจัยปลูกป่าบนพื้นที่สูง จากการทดลองปลูกในสภาพแวดล้อมของสถานีอ่างขาง พบว่ามีเพียง 5-6 ชนิดที่สามารถเจริญเติบโตได้ดี จึงได้นำไปถ่ายทอดแก่เกษตรกรปลูกภายใต้การดำเนินงานของโครงการป่าชาวบ้าน ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับโครงการวิจัยนี้ เป็นการศึกษาวิจัยพื้นที่ปลูกป่าตามโครงการป่าชาวบ้านสวนป่าแบบผสม และสวนป่าเชิงเดี่ยว ณ สถานีอ่างขาง ผลจากการวิจัยสรุปได้คือ พื้นที่ปลูกป่ารวมทั้งสิ้น 734.78 ไร่ มีปริมาณการดูดซับก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ 67,830 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ โดยแปลงปลูกป่าเชิงเดี่ยวมีอัตราการกักเก็บคาร์บอนในมวลชีวภาพสูงที่สุด แปลงปลูกป่าแบบผสมมีค่าสะสมคาร์บอนในดินมากที่สุด และมีแนวโน้มลดลงตามระดับความลึกของดิน สวนป่าที่อายุมากมีแนวโน้มการสะสมคาร์บอนในดินมากกว่าสวนป่าอายุน้อย โดยต้นเมเปิลหอมมีปริมาณมวลชีวภาพและการกักเก็บคาร์บอนสูงสุด สนหนามมีการเจริญเติบโตดีที่สุดในการปลูกป่าเชิงเดี่ยว ฉะนั้น โครงการปลูกป่าชาวบ้านของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางจึงสามารถเป็นต้นแบบการปลูกป่าเพื่อการกักเก็บคาร์บอนอย่างยั่งยืน เน้นหลักการฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าไม้ ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรผู้ปลูก และเป็นป่าต้นน้ำลำธาร

จากนั้นองคมนตรีได้ติดตามความก้าวหน้าการทบทวนและปรับปรุงรายละเอียดของแผนยุทธศาสตร์จำนวน 6 ยุทธศาสตร์ รวม 23 แผนงาน และการกำหนดตัวชี้วัดของยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นทิศทางสืบสานการดำเนินงาน และนำทางไปสู่ความสำเร็จตามพันธกิจ เป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ปฏิบัติงานบนที่สูง ซึ่งประกอบด้วย สถานีวิจัย ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน พะเยา และตาก รวม 23 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ ประชากรประกอบด้วยชาวไทย และชาวไทยภูเขา จำนวน 11 เผ่า 263 หมู่บ้าน 49,624 ครัวเรือน รวมกว่าหนึ่งแสนเก้าหมื่นคน

นอกจากนี้องคมนตรีได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่สำคัญเร่งด่วนคือ ปัญหาความยากลำบากของเส้นทางเข้าสู่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ อ.แม่ระมาด จ.ตาก ขณะนี้ เนื่องจากฝนตกหนัก เส้นทางการคมนาคมที่อยู่ระหว่างก่อสร้างโดยกรมทางหลวงชนบท มีหลายจุดที่ยากลำบาก และบางจุดเดินรถไม่ได้ โครงการหลวงจึงจำเป็นต้องปรับแผนการส่งเสริมเกษตรกร จากเดิมที่ส่งเสริมผักใบ ซึ่งเกิดความเสียหายระหว่างการขนส่งได้ง่าย และมีอายุการเก็บสั้น ไปเป็นผักผล และไม้ผล โดยขณะนี้ได้เร่งสร้างโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งได้รับสนับสนุนจาก กฟผ. เพื่อแปรรูปอบแห้งพริกกะเหรี่ยง ส่งจำหน่าย เพื่อลดปัญหาในการขนส่ง และเพิ่มแผนการส่งเสริมไม้ผลยืนต้น ได้แก่ อาโวคาโด รวมทั้ง เสาวรส ที่ได้ทดลองส่งเสริมแก่เกษตรกรชาวเขามาระยะหนึ่งแล้ว ได้รับการยอมรับจากเกษตรกรมากขึ้น พืชผัก ผลไม้เหล่านี้ ยังใช้พื้นที่ผลิตน้อยกว่าการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งก่อเกิดปัญหาทำลายป่า ส่วนการจัดการด้านการตลาด โครงการหลวงยังได้ปรับแผนโดยเน้นจำหน่ายตลาดกลุ่ม Modern Trade ในพื้นที่มากขึ้น เพื่อลดเวลาในการขนส่ง องคมนตรีได้กล่าวเน้นย้ำว่า การดำเนินงานของศูนย์เลอตอนั้น สะท้อนภาพการดำเนินงานตามแนวทางพระราชทานของรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพื้นที่ดำเนินการแห่งแรกของโครงการหลวง คือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง และแห่งอื่นๆ ที่มีความยากลำบาก ต้องปรับกระบวนการทำงานเป็นระยะตามปัญหาที่พบหน้างาน การที่โครงการหลวงเป็นผู้นำการผลิตพืชคุณภาพ เป็นที่เชื่อถือแก่ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค จึงต้องรักษาบทบาทหน้าที่สำคัญนี้ คือการวิจัย บุกเบิกพัฒนา และต่อยอดสู่ความยั่งยืนตามพระราชประสงค์และพระราชปณิธานในรัชกาลที่ 9 และ รัชกาลที่ 10


ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ อ.แม่ระมาด จ.ตาก