ผลสำเร็จจากการดำเนินงานวิจัย หาชนิด และสายพันธุ์ต่างๆ รวมถึงการปฏิบัติรักษา การจัดการดูแลหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ที่มีความเหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมและสภาวะเศรษฐกิจของสังคมบนพื้นที่สูง ในพื้นที่ส่งเสริมทั้ง 38 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงนั้น สะท้อนให้ประจักษ์ผ่านผลิตผลโครงการหลวงหลากหลายชนิด ได้แก่

 

           เป็นพืชชนิดแรกๆ ที่โครงการหลวงเริ่มนำเข้ามาทำการวิจัยเพื่อปลูกทดแทนฝิ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และทุนการวิจัยจาก USDA/ARS จึงได้ชนิดและพันธุ์ไม้ผลเมืองหนาว ไม้ผลกึ่งหนาว และไม้ผลขนาดเล็กชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับการปลูกบนพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น พี้ช สาลี(เอเชีย) พลับ พลัม บ๊วย ฯลฯ ไม้ผลนอกจากจะให้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และทำรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรแล้ว ยังเป็นพืชที่ให้ร่มเงาปกคลุมผิวหน้าดินได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

          การวิจัยพืชผักของโครงการหลวงได้รับสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจาก USDA/ARS และสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2524 โครงการหลวงจึงได้นำผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ จากการวิจัยที่ประสบผลสำเร็จ ได้แก่ ผักกาดหอมห่อ ผักกาดหางหงส์ และแครอท ส่งเสริมให้แก่เกษตรกรศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ปลูก และนำพืชผักเหล่านั้นฝากขายกับแม่ค้าในตลาด เมื่อเกษตรกรมีรายได้จากการขายผัก จึงทำให้มีจำนวนผู้ปลูกผักเพิ่มขึ้น ต่อมาจึงขยายพื้นที่ปลูกไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอื่นๆ รวมทั้งมีการจัดตั้งฝ่ายตลาดเพื่อทำหน้าที่ในการขายผลิตผลให้แก่เกษตรกร

 

          โครงการหลวงดำเนินงานวิจัยไม้ตัดดอก โดยได้รับการสนับสนุนจาก USDA/ARS ระหว่าง ปีพ.ศ. 2519 – 2521 โดยนำไม้ตัดดอกทดลองปลูก รวม 23 ชนิด อาทิ คาร์เนชัน แกลดิโอลัส ซิมบิเดียม เป็นต้น โดยในระยะแรกดำเนินงานวิจัยที่ห้วยทุ่งจ้อ ต่อมาเมื่อเริ่มต้นสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ จึงย้ายงานวิจัยไม้ดอกไปที่หน่วยวิจัยสถานีฯ อินทนนท์ และนำผลงานวิจัยไม้ดอกส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมากขึ้น จนปัจจุบันแหล่งผลิตไม้ดอกและไม้ประดับที่สำคัญ ได้แก่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก อำเภอเชียงดาว ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง อำเภอแม่วาง เป็นต้น

 

          ให้ความสำคัญกับกรรมวิธีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ตลอดจนให้มีการเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบสารตกค้างในผลผลิตให้มีความสะอาดปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค

          ปี พ.ศ. 2538 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยี่ยมห้องปฏิบัติการวิเคราะห์สารตกค้าง

 

          เริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดย USDA/ARS ให้ทุนสนับสนุนแก่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านทางมูลนิธิโครงการหลวง ศึกษาและพัฒนางานด้านวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวทั้งในไม้ผลและพืชผัก ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 IDRC ซึ่งเป็นหน่วยงานของประเทศแคนานาได้ให้งบประมาณแก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินการวัยเพื่อสนับสนุนงานด้านวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวของมูลนิธิโครงการหลวง โดยได้พัฒนาห้องเย็นธรรมชาติ (Passive Cooling) และติดตั้งไว้ที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ต่อมาช่วงปี พ.ศ. 2531 – 2533 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ดำเนินการปรับปรุงด้านวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและการตลาด ทำให้เกิดระบบการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวทั้งระบบและเริ่มมีการนำระบบการควบคุมอุณหภูมิมาใช้ในการเก็บรักษาและขนส่ง

 

          ช่วงปี พ.ศ. 2507 – 2516 ถือเป็นช่วงเริ่มต้นของงานแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยได้รับการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้จากองค์การสหประชาชาติ พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงงานอาหารหลวงสำเร็จรูป โดยได้ดำเนินงานก่อสร้างขึ้นในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นแนวทางการทำงานของโรงงานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปให้มีความชัดเจนมากขึ้น พ.ศ. 2538 – 2547 จัดตั้งโรงงานแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ไร่แม่เหียะในปัจจุบันโดยความช่วยเหลือจากรัฐบาลไต้หวันภายใต้โครงการ National Health Food Product Project (NHFPP)

 

 

          พัฒนาขึ้นจากโครงการเฟิน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2524 จนถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2527 ในระยะเวลา 3 ปีแรกเป็นการวิจัยโดยได้เน้นที่การวิจัยเพื่อหาพืชปลูกที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเพื่อเป็นรายได้เพิ่มเติมหรือทดแทนการปลูกพืชเสพติด โดยได้รับการสนับสนุนการวิจัยจาก USDA/ARS ต่อมาได้ดำเนินงานภายใต้งบมูลนิธิโครงการหลวง โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ให้สถานที่ในการตั้งโรงงานแปรรูปวัตถุดิบดอกไม้แห้งที่วิทยาเขตกำแพงแสนและบางเขตจนถึงปัจจุบัน

 

 

          โดยระยะเริ่มแรกได้รับความช่วยเหลือทั้งงบประมาณ ผู้เชี่ยวชาญ และเมล็ดพันธุ์จากไต้หวัน ผ่านองค์การทหารผ่านศึก สถาบันวิจัยป่าไม้แห่งไต้หวัน และมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน โดยปี พ.ศ. 2542 ไต้หวันได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาสำรวจพื้นที่และวางแผนการทดลองร่วมกับนักวิชาการจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และตัดสินใจเลือกสถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยหลัก ในปี พ.ศ. 2525 จึงเป็นจุดเริ่มงานปลูกป่าครั้งแรกขึ้นในมูลนิธิโครงการหลวงที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

          17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จทรงเปิดศูนย์สาธิตการใช้ไม้สมพรสหวัฒน์ ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

 

ได้คัดเลือกพันธุ์แฝกที่เหมาะสมกับการปลูกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่โครงการหลวงและพื้นที่สูงต่างๆ จำนวน 2 พันธุ์ และได้ขยายพันธุ์ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวงนำไปปลูกตามแนวระดับในพื้นที่ต่างๆ

 

 

 

ท้อ หรือ พี้ช

          พ.ศ. 2511 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทอดพระเนตร การนำกิ่งพี้ชพันธุ์ต่างประเทศมาต่อกับท้อพื้นเมือง ณ บ้านแม้วดอยปุย จ. เชียงใหม่

 

อะโวคาโด

พ.ศ. 2522 นำอะโวคาโดมาปลูกทดสอบ และเริ่มส่งเสริม ที่ ศูนย์ฯ ทุ่งเริง ทุ่งเราและหน่วยย่อยห้วยผักไผ่ ปัจจุบันขยายการส่งเสริมไปยังศูนย์ฯ ทั้งสิ้น 12 ศูนย์ฯ โดยพันธุ์ที่ส่งเสริมในปัจจุบันได้แก่ พันธุ์ Hass, Buecanear, Ruehle, Peterson, Booth 7, Booth 8 และ Hall

 

ถั่วแดงหลวง

พ.ศ. 2514 หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี มีรับสั่งให้นำเมล็ดพันธุ์ถั่วแดงจากบริษัท Dessert Seed สหรัฐอเมริกา จำนวน 2 ตัน (พันธุ์ darkled redcoat และ maintop) พร้อมทั้งถั่วไลมา (lima) และถั่วปินโต (pinto) ไปปลูกทดสอบตามพื้นที่ต่างๆ ผลปรากฏว่าเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่หมู่บ้านแม่โถ บ้านวังดิน ผาหมี สะโมง และดอยงาม และได้กลายเป็นพืชสำคัญในการส่งเสริมให้เกษตรกรชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่น

 

สตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน

พ.ศ. 2515 โครงการหลวงนำพันธุ์สตรอเบอรี่จากต่างประเทศมาทดลองปลูกประมาณ 40 พันธุ์ พบว่าพันธุ์สตรอเบอรี่เบอร์ 16 สามารถส่งเสริมให้แก่ราษฎรพื้นราบในจังหวัดเชียงใหม่ปลูกจำหน่าย และเป็นที่นิยมของคนไทยทั่วไป ต่อมามีการศึกษาวิธีการปลูกและการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ที่ดีขึ้นตามลำดับ จนปัจจุบันมีสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทานหลากหลายสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภค สตรอเบอรี่ผลสด อาทิ สตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 50, 70, 72 และ 80 โดยแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ (บ้านบ่อแก้ว) อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

 

กาแฟอราบิก้า

          พืชสำคัญที่นำเข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรชาวเขาปลูกในพื้นที่โครงการหลวงต่างๆ โดยเริ่มการวิจัยกาแฟอราบิก้า เมื่อ พ.ศ. 2515 ด้วยทุนการวิจัยจาก USDA/ARS เพื่อหาพันธุ์ต้านทานโรคราสนิม

          พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรต้นกาแฟอราบิก้าของ นายพะโย่ ตาโร เกษตรชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงบ้านหนองหล่ม ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง นับเป็นขวัญกำลังใจที่ส่งผลให้การปลูกกาแฟอราบิก้าในประเทศไทยพัฒนา และเกิดผลสำเร็จจนถึงปัจจุบัน โดยแหล่งผลิตกาแฟ อราบิก้าที่สำคัญ ได้แก่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก อำเภอแม่ออน และสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง