พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จฯเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอ บ้านแกน้อย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่   เมื่อวันที่  27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2523 ทรงทราบถึงปัญหาของราษฎรซึ่งคล้ายคลึงกับหมู่บ้านชาวเขาอื่น ๆ ทางภาคเหนือของประเทศ มีรายได้ส่วนใหญ่จากการปลูกฝิ่น  และสามารถปลูกข้าวไร่ได้เพียงปีละครั้ง  พื้นที่เพาะปลูกเริ่มให้ผลผลิตต่ำ  เนื่องจากปลูกพืชซ้ำที่เดิมมาเป็นระยะเวลาหลายปีติดต่อกันโดยมิได้บำรุงดินและมีการชะล้างพังทลายของดิน  ประกอบกับพื้นที่บริเวณนี้มีความลาดเทไม่สูงชันมากนักและมีแหล่งน้ำที่สามารถจะทำการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภคในหมู่บ้าน  และใช้ประโยชน์เพื่อทำการเกษตร ปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นรายได้  จึงทรงมีพระราชดำริที่จะช่วยเหลือราษฎรเหล่านี้
ต่อมาเดือน  มีนาคม พ.ศ. 2523   หม่อมเจ้าภีศเดช  รัชนี   ขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการหลวง  จึงได้มอบหมายให้นายจิตติ  ปิ่นทอง  และคณะอาจารย์จากคณะเกษตรศาสตร์ หาวิทยาลัยเชียงใหม่  รับสนองพระราชดำริดำเนินงานในโครงการหลวงแกน้อยขึ้น   งบประมาณดำเนินการได้รับพระราชทานจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ตลอดมา  และระหว่าง  ปี พ.ศ. 2523-2532 โครงการได้รับการสนับสนุนในด้านการส่งเสริมการเกษตรที่สูงสมทบจากกระทรวงเกษตร  สหรัฐอเมริกา  ช่วง ปี พ.ศ.  2526 เป็นต้นมา กรมส่งเสริมการเกษตร   โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่  ได้ช่วยสนับสนุนบุคลากรและงบประมาณบางส่วนด้านการส่งเสริมการเกษตรเพิ่มเติมปัจจุบันงบประมาณบางส่วนได้รับจากมูลนิธิโครงการหลวงและสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้สนับสนุนปัจจัยการผลิตในงานทดสอบ – สาธิตบางส่วน

 


 

 

บ้านแกน้อย  ตำบลเมืองนะ  อำเภอเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่  

 


 

ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปคล้ายแอ่งกระทะ  ล้อมรอบด้วยภูเขาที่ไม่สูงชันนัก ความสูงโดยทั่วไปจากระดับน้ำทะเลปานกลางอยู่ระหว่าง 950 – 1,300 เมตร  ลักษณะดินบนที่ดอนส่วนใหญ่ เกิดจากหินเถ้า ภูเขาไฟ หินปูนและหินตะกอนอื่น ๆ ความอุดมสมบูรณ์ของดินอยู่ในระดับปานกลาง ดินมีสภาพเป็นกรดเล็กน้อย มีค่า PH  ที่ 5.5 – 6.0

 

 


 

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 26.6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด  16.2  องศาเซลเซียส  มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี  1,545  มิลลิเมตร

 


 

 พื้นที่หมู่บ้านโครงการหลวงแกน้อยมี 2 หมู่บ้าน คือ บ้านแกน้อย หมู่ 2 และบ้านไชยา  หมู่  9 ประกอบด้วยทั้งหมด  12  หย่อมบ้าน  คือ  บ้านป่าบงใหม่ ป่าบงเก่า แม่แกนห้วยลึก ห้วยถ้ำ บ้านไทใหญ่ และบ้านไชยา (1-6) เป็นชนเผ่า  มูเซอแดง มูเซอดำ ชนเผ่าจีนฮ่อและไทยใหญ่  
นับถือศาสนาพุทธและคริสต์ และนับถือผีในบางกลุ่ม

 


 

จากตัวเมืองเชียงใหม่ ตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง  ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 77 (สามแยกเมืองงาย) เลี้ยวซ้ายบ้านเมืองงาย ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านนาหวาย บ้านเมืองนะ บ้านแกน้อย ถึงศูนย์ฯ แกน้อย  ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง

 


                  

                  



 

2.1  เพื่ออบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพที่เหมาะสมอย่างน้อยให้มีรายได้พอกิน
2.2  เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านสังคม  การศึกษา สาธารณสุข และความเข้มแข็งของชุมชน
2.3  เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.4  เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารการจัดการและพัฒนาศูนย์ฯให้เป็นศูนย์การเรียนรู้

 


 

      

งานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ
งานส่งเสริมการปลูกพืชผัก  บัตเตอร์เฮด  โอ๊คลีฟเขียว
โอ๊คลีฟแดง เรดโคร่อน แรดิชชิโอ กะหล่ำปมเขียว มะเขือเทศดอยคำ มะเขือม่วงก้านดำ เทอร์นิพ แรดิช แตงกวาญี่ปุ่น ซูกินี่เขียว กระเทียมต้น โรสแมรี่ และดิว
งานส่งเสริมการปลูกไม้ผล  ได้แก่   พลัม  บ๊วย และเสาวรส
งานส่งเสริมการปลูกพืชไร่  ได้แก่  ข้าวไร่ ถั่วอะซูกิ ถั่วเหลืองฝักสด ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำเลื้อย  ถั่วพุ่ม บักหวีด  ป๊อบคอน ข้าวโพดเทียน ข้าวสาลี โสน ปอเทือง  ถั่วหรั่ง ข้าวโอ๊ต และมะระขี้นก         

 

 


 

 

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อยได้พัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร 662 ครอบครัว เพาะปลูกพืชผัก สมุนไพร ผักอินทรีย์ ไม้ดอก ไม้ผล กาแฟ และพืชไร่ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ 6,203,209.85 บาท และส่งเสริมอาชีพนอกภาคการเกษตร ได้แก่ การทอผ้า การเย็บผ้า และการแปรรูปผลไม้ให้กับเกษตรกร เกษตรกรมีรายได้เสริม 15,000 บาท  และได้สนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยจัดกิจกรรมร่วมกับเกษตรกรในการปลูกป่าและรักษาป่า  และการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การทำปุ๋ยหมัก การทำปุ๋ยน้ำชีวภาพเพื่อใช้ปรับปรุงดินรวมทั้งเป็นการลดต้นทุนการผลิต  ตลอดจนการส่งเสริมกิจกรรมด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนโดยมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อให้เกิดความสามัคคีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน  เช่นการจัดกิจกรรม 5 ธันวามหาราช การจัดกีฬาเยาชน และกีฬาชนเผ่า เป็นต้น