นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรชาวเขาบ้านดอยปุย ทอดพระเนตรเห็นชาวเขาปลูกฝิ่นแต่ยากจน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำริและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ตั้งโครงการหลวง เมื่อ พ.ศ. 2512 เพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวเขา ลดการปลูกฝิ่น และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร โดยมีพระประสงค์เพื่อช่วยเหลือราษฎรชาวไทยภูเขาในท้องถิ่นทุรกันดารและยากจน จากการดำรงชีวิตด้วยการทำไร่เลื่อนลอย และการปลูกฝิ่น ให้หันมาปลูกพืชเพื่อสร้างรายได้ทดแทน รวมทั้งการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร 

     ระยะเริ่มแรกเมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชดำเนินเยี่ยมราษฏรชาวเขา ได้พระราชทานอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค รวมทั้งพระราชทานพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ และหมูพันธุ์ลูกผสม ต่อมาได้มีอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ กรมวิชาการเกษตร กรมประชาสงเคราะห์ และหน่วยงานต่าง ๆ เดินทางไปเยี่ยมเยียนเกษตรกรชาวเขาในหมู่บ้านต่าง ๆ ประจำทุกสัปดาห์ เพื่อจัดทำแปลงสาธิตการเกษตร และให้คำแนะนำแก่เกษตรกรด้านต่างๆ รวมทั้งให้การฝึกอบรมเกษตรกรชาวเขาในการปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ 

     ต่อมา เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2517 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขา ความว่า

    "เรื่องที่จะช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขานั้น มีประโยชน์โดยตรงกับชาวเขา เพื่อจะส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถที่จะเพาะปลูกสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นรายได้ของเขาเอง ที่มีโครงการนี้ จุดประสงค์อย่างหนึ่งก็คือ มนุษยธรรม หมายถึง ให้ผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร สามารถที่จะมีความรู้และพยุงตัว มีความเจริญก้าวหน้าได้ อีกอย่างหนึ่งก็เป็นเรื่องช่วยในทางที่ทุกคนเห็นว่าควรจะช่วยเพราะเป็นปัญหาใหญ่คือ ปัญหาเรื่องยาเสพติด ถ้าสามารถช่วยชาวเขาปลูกพืชที่เป็นประโยชน์บ้างเขาจะเลิกปลูกยาเสพติดคือ ฝิ่น ทำให้นโยบายการระงับการปราบปรามการปลูกฝิ่นและการค้าฝิ่น ได้ผลดี อันนี้ก็เป็นผลอย่างหนึ่ง ผลอีกอย่างหนึ่งซึ่งสำคัญมากก็คือ ชาวเขา ตามที่รู้เป็นผู้ที่ทำการเพาะปลูกโดยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ถ้าพวกเราทุกคนไปช่วยชาวเขา ก็เท่ากับช่วยบ้านเมืองให้มีความดี ความอยู่ดีกินดี และปลอดภัยได้อีกทั่วประเทศ เพราะถ้าสามารถทำโครงการนี้ได้สำเร็จ ให้เขาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง สามารถที่จะมีความอยู่ดีกินดีพอสมควร และสนับสนุนนโยบายที่จะรักษาป่าไม้ รักษาดินให้เป็นประโยชน์ต่อไป ประโยชน์อันนี้จะยั่งยืนมาก"

      พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในครั้งนั้น ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ วัตถุประสงค์ รวมถึงเป้าหมายของการทำงานของโครงการหลวงที่ชัดเจน ต่อมาหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ทรงอธิบายถึงวิธีการทำงานของโครงการหลวงใว้ในหนังสือประพาสต้นบนดอยว่า โครงการหลวงทำงานครบวงจร ประกอบด้วย

    1. การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อให้เกิดความชัดเจนของพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และพื้นที่ใช้ประโยชน์อื่นๆ

     2. การปลูกป่าในพื้นที่ส่วนที่ควรเป็นป่า เช่น การปลูกป่าชาวบ้าน ตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

     3. การทำการเกษตรภายใต้ระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมทั้งการพัฒนาพื้นฐาน ได้แก่ ระบบชลประทาน รวมถึงการปรับปรุงถนนระหว่างหมู่บ้านสำหรับการขนส่งผลผลิตต่างๆ ไปสู่ตลาด

     4. การวิจัย ซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะการปลูกพืชเขตหนาวทุกชนิดเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ผลจากการวิจัยได้นำไปส่งเสริมต่อเกษตรกร รวมถึงการพัฒนาคนด้านการศึกษาและสาธารณสุข เพื่อช่วยเขาให้ช่วยตนเอง

     5. การขนส่ง การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และการตลาด เพื่อนำผลผลิตของเกษตรกรไปสู่ผู้บริโภค

        พ.ศ. 2521 โครงการหลวงได้เริ่มดำเนินการพัฒนาเป็นพื้นที่ โดยตั้งเป็นโครงการหลวงเพื่อพัฒนาในหมู่บ้านต่างๆ การดำเนินงานอาศัยทุนจากพระราชทรัพย์พระราชทาน และงบประมาณสนับสนุนจากมิตรประเทศ เช่น กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา และไต้หวัน เป็นต้น

      ปัจจุบันโครงการหลวงได้ให้การส่งเสริมและพัฒนาในพื้นที่ชุมชนชาวเขาซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ประกอบด้วย สถานีวิจัย/เกษตรหลวง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวง จำนวน 39 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัดในเขตภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ 27 ศูนย์ เชียงราย 7 ศูนย์ แม่ฮ่องสอน 2 ศูนย์ ลำพูน 1 ศูนย์ พะเยา 1 ศูนย์ และตาก 1 ศูนย์ ประชากรรวม 247 หมู่บ้าน 290 หย่อมบ้าน 45,172 ครัวเรือน จำนวนประชากรกว่า 190,00 คน

ประชากรเป้าหมาย

      ประชากรบนพื้นที่สูงในปัจจุบันมีความแตกต่างหลากหลายมากยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต กล่าวคือ ประชากรที่อยู่อาศัยและตั้งถิ่นฐานบนพื้นที่สูง ในปัจจุบันมืได้เป็นแต่เพียงชาวไทยภูเขาเท่านั้น แต่หมายรวมถึง คนไทยเชื้อสายจีนที่อพยพลี้ภัยสงครามจากประเทศจีน คนไทยพื้นราบที่ขึ้นไปตั้งถิ่นฐานและประกอบธุรกิจบนพื้นที่สูง ทั้งด้านการเกษตร และการท่องเที่ยว จากการเปลี่ยนแปลงของประชากรซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาพื้นที่สูง ส่งผลต่อการพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่สูงให้เหมาะสม เพราะเป็นการเพิ่มขึ้นของประชากร ส่งผลต่อระดับความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เช่น ที่ดินเพื่อยู่อาศัยและทำกิน ทั้งยังส่งผลต่อระดับความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่ในชุมชน ซึ่งมีผลเกี่ยวพันถึงขีดความสามารถในการดูดซับมลภาวะของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดังกล่าว หากมองในด้านโครงสร้างอายุของชาวเขาที่ยังอยู่บนพื้นที่สูงจะพบสัดส่วนของคนแก่และเด็กมากขึ้น ในด้านระดับการศึกษาจะพบว่ามีผู้จบการศึกษาระดับประถมและมัธยมเพิ่มมากขึ้น ชาวเขาส่วนใหญ่เขียนอ่านภาษาไทยได้ บางคนมีการศึกษาระดับปริญญา หลายคนที่เป็นผู้นำท้องถิ่นมีความคิดอ่านที่ทันสมัยก้าวหน้า ความแตกต่างระหว่างบทบาทชายหญิงมีช่องว่างน้อยลง และที่สำคัญสุขอนามัยที่ดี ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของชาวเขาเพิ่มขึ้น 

โครงสร้างงานพัฒนาของโครงการหลวง ประกอบด้วย

    1. กลุ่มศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ประกอบด้วย ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 35 แห่ง

    2. กลุ่มงานพัฒนาและส่งเสริมการผลิต

    3. ศูนย์อารักขาพืช

    4. กลุ่มงานพัฒนาการศึกษา สังคม และสาธารณสุข ประกอบด้วยงานสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านสังคมและสาธารณะสุข

ลักษณะหรือแนวทางการดำเนินงานของกลุ่มงานต่างๆ ด้านการพัฒนาของโครงการหลวง มีดังนี้

1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง

    แนวทางการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง มีดังนี้

    1) ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนการใช้ที่ดินรวมถึงการปลูกพืชภายใต้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม รวมถึงการปลูกป่าชาวบ้านเพื่อเป็นไม้ใช้สอยสำหรับครัวเรือน(ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง) และการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร

    2) อาศัยผลงานวิจัยเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อสร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรเป้าหมาย ปัจจุบันเน้นการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร การปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ภายใต้มาตรฐานอาหารปลอดภัย ทั้งมาตรฐานระบบการเพาะปลูกที่ดี (GAP) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่รับรองโดยกรมวิชาการเกษตร  มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และมาตรฐาน GLOBAL.GAP ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภับระดับนานาชาติ

    3) การวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับการตลาด โดยมีศูนย์ผลิตผลโครงการหลวงเป็นกลไกในการประสานแผนการดำเนินงาน การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และการควบคุมคุณภาพและผลผลิต

    4) สนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร ทั้งด้านการประกอบอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

     5) ร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐและชุมชนในการบูรณาการพัฒนาด้านต่างๆอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านเศรฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

 

มูลนิธิ โครงการหลวงได้กำหนดยุทธศาสตร์ของศุนย์พัฒนาโครงการหลวง ดังนี้

     1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาอาชีพจากฐานความรู้ ประกอบด้วย 5 แผนงาน ดังนี้

         แผนงานที่ 1 พัฒนางานทดสอบและสาธิต

         แผนงานที่ 2 ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพภาคการเกษตร 

         แผนงานที่ 3 ฟื้นฟูและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

         แผนงานที่ 4 ส่งเสริมการท่องเที่ยวโครงการหลวง          

         แผนงานที่ 5 สร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าและบริการ

    2. ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความเข้มแข็งของคนและชุมชน  ประกอบด้วย 3 แผนงาน ดังนี้

        แผนงานที่ 1 ส่งเสริมการพัฒนาคนในชุมชนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้

        แผนงานที่ 2 ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรชุมชน

        แผนงานที่ 3 พัฒนาศักยภาพชุมชนในการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด

    3. ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ประกอบด้วย 4 แผนงาน ดังนี้

        แผนงานที่ 1 ส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ

        แผนงานที่ 2 ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน

        แผนงานที่ 3 รณรงค์การลดการใช้สารเคมีและเฝ้าระวังการปนเปื้อนมลพิษในสิ่งแวดล้อม

        แผนงานที่ 4 ส่งเสริมการปลูกป่าชาวบ้านและการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร

    4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการผลิตและตลาด  ประกอบด้วย 2 แผนงาน ดังนี้

        แผนงานที่ 1 วางแผนและการจัดการผลผลิต

        แผนงานที่ 2 พัฒนาและควบคุมคุณภาพผลผลิต

    5. ยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ  ประกอบด้วย 2 แผนงาน ดังนี้

        แผนงานที่ 1 สร้างประสิทธิภาพศูนย์การเรียนรู้ (Knowledge Center)

        แผนงานที่ 2 พัฒนาระบบการบริหารจัดการ

2. ศูนย์อารักขาพืช

    ศูนย์อารักขาพืช เป็นหน่วยงานสำคัญของมูลนิธิโครงการหลวง ที่ดำเนินงานวิจัยและถ่ายทอดความรู้ด้านอารักขาพืช เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง รวมถึงการเฝ้าระวังและการตรวจสอบสารตกค้างในผลผลิตต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ปลอดภัยต่อเกษตรกรผู้ปลูกพืช และต่อสิ่งแวดล้อม

    มูลนิธิโครงการหลวงมีนโยบายไม่ใช้สารเคมีเพื่อปราบศัตรูพืช นอกจากจำเป็นจริง ๆ จึงมีงานป้องกันและกำจัดศัตรูพืชพร้อมทั้งห้องปฏิบัติการเพื่อควบคุมการใช้สารเคมีเหล่านั้น

   หน้าที่สำคัญของงานป้องกันและกำจัดศัตรูพืชคือ การส่งเจ้าหน้าที่ด้านแมลงและโรคพืชไปตรวจเยี่ยมศูนย์ต่างๆ อยู่เสมอ ซึ่งศูนย์เหล่านี้จะปลูกผัก ไม้ดอก และไม้ผลต่าง ๆ และเมื่่อทางศูนย์พบปัญหา จะส่งตัวอย่างพืชที่มีอาการเหล่านั้นให้กับเจ้าหน้าที่ของงานป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่่อให้คำแนะนำวิธีการกำจัดรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้นงานนี้จึงเป็นเสมือนคลีนิครักษาโรค ซึ่งเป็นการควบคุมให้ใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและเคร่งครัด รวมถึงการควบคุมการการเฝ้าระวังการตรวจสอบสารตกค้างก่อนเก็บเกี่ยว และการตรวจสอบสารตกค้างหลังการเก็บเกี่ยว

3. กลุ่มงานพัฒนาและส่งเสริมการผลิต

     กลุ่มงานพัฒนาและส่งเสริมการผลิต มีหน้าที่สำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง โดยนำผลงานวิจัยไปถ่ายทอดต่อเจ้าหน้าที่และเกษตรกร การถ่ายทอดเทคโนโลยี การร่วมแก้ใขปัญหาที่เกิดขึ้นแก่ศูนย์และเกษตรกร การนำปัญหาที่เกิดขึ้นไปสู่การวิจัยเพื่อแก้ใขปัญหาในระยะยาว  การประสานการจัดทำแผนการผลิตและการตลาด รวมถึงการติดตามและประมาณการผลผลิตที่จะนำออกจำหน่ายสูตลาด

4. งานพัฒนาการศึกษาและสังคม สาธารณสุข

    มูลนิธิโครงการหลวงมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีความเข้มแข็งสามารถพึ่งตนเอง ตามแนวพระราชดำริ "ช่วยเขาเพื่อให้ช่วยตนเอง" โดยอาศัยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินงาน รวมถึงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น การรักษาวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชนเผ่าต่างๆ รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อต่อต้านการแพร่ระบาดของยาเสพติด ขอบเขตงานด้านพัฒนาสังคมและสาธารณะสุขของชาวเขาจึงกว้างขวาง เกี่ยวข้องกับเด็กๆ แม่บ้าน พ่อบ้าน และชุมชนของชาวเขาโดยรวม การดำเนินงานในด้านนี้ได้อาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน และที่สำคัญคือกระบวนการมีส่วนร่วมของตัวชาวเขาเอง ได้แก่

     - สนับสนุนพัฒนาการศึกษาและสังคม ให้แก่เด็กด้อยโอกาส และขาดแคลน  ส่งเสริมการพัฒนาความเข้มแข็งของเยาวชน เพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำ รวมถึงส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพแก่เยาวชน สตรี และกลุ่มแม่บ้าน

     - สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มประชาอาสา ซึ่งเป็นอาสาสมัคร ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ และเภสัชกร ในการเยี่ยมเยียนเพื่อให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้น และการพัฒนาสาธารณสุขมูลฐาน

     - เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดของชุมชน โดยเน้นการให้ชุมชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน และส่งผลให้เกิดการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน

     - การส่งเสริมการฟื้นฟูและอนุรักษ์งานหัตถกรรมของชาวเขาชนเผ่าต่างๆ ได้ แก่ การศึกษา และรวบรวมองค์ความรู้งานด้านหัตถกรรมของชนเผ่าต่างๆ การฟื้นฟูและถ่ายทอดความรู้จากผู้รู้รุ่นอาวุโสสู่รุ่นเยาว์ การส่งเสริมผลิตงานหัตถกรรมการจำหน่ายเป็นของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวและสู่ตลาดทั่วไป เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือน

     - การเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มพึ่งตนเองในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ดำเนินงานโดยการรวมกลุ่มของประชนเป้าหมายในการประกอบกิจกรรมด้านต่างๆร่วมกัน โดยการประสานงานและสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น อาทิเช่น กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน สหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ และกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น 

     - การสนับสนุนการเตรียมพร้อมของชุมชนเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ที่สำคัญได้แก่ การสร้างความเข้มแข็งของกรรมการชุมชนเพื่อการมีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาสิ่งแวดล้อมด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาเยาวชน การพัฒนาไก้ดท้องถิ่น การส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสร้างมาตรฐานร้านอาหารสะอาดและถูกสขอนามัย และมาตรฐานที่พักในชุมชน รวมถึงการประสานงานกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น

 5. การฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

      งานด้านการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของโครงการหลวง เน้นการดำเนินงานที่สนับสนุนให้ประชากรเป้าหมายมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเป็นหลัก ด้วยการร่วมมืออย่างใกล้ชิดของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยวัสดุท้องถิ่น โดยการทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก การปลูกปุ๋ยพืชสด การอนุรักษ์ดินและน้ำโดยการปลูกหญ้าแฟก การปลูกป่าชาวบ้าน ป้องกันการบุกรุกป่า การป้องกันไฟป่า และการปลูกป่าฟื้นฟูต้นน้ำลำธารเป็นต้น

      รายละเอียดการดำเนินงานด้านต่างๆ มีดังนี้.....(ดูรายละเอียด)